ยิ้มไม่หุบ​ ฟินเวอร์! “Can This Love Be Translated?” เคมีเคใจ’คิมซอนโฮ–โกยุนจอง’​ จุดกระแสโรแมนติกต้นปี​​

546

K-Drama โรแมนติกคอมเมดี้ เปิดศักราช 2026 อย่างยิ่งใหญ่ด้วย ซีรี่ส์ “Can This Love Be Translated?” — รักที่ไม่ใช่แค่คำว่ารัก แต่เป็น ภาษาของหัวใจที่ต้องถอดรหัส ซีรี่ส์จาก Netflix ที่ไม่ได้เพียงแค่เล่าเรื่องความรักระหว่างล่ามกับดาราดังทั่วโลกเท่านั้น แต่ยังสะท้อน กระแสฟีลลิ่งระดับนานาชาติ ที่กำลังจุดกระแสชวน “ฟินจิกหมอน” กันทั่วบ้านทั่วเมือง!ชนิดที่ว่าดูจบรวดเดียว12ตอน​ ก็ยังหยุดยิ้มไม่ได้​

ตั้งแต่ วันที่ 16 มกราคม 2026 ที่ซีรี่ส์ลงสตรีมบน Netflix ก็ไม่ใช่เรื่องธรรมดา — “Can This Love Be Translated?” พุ่งขึ้น อันดับสูงสุดในชาร์ตการรับชมทั่วโลก ทั้งในเกาหลีใต้และหลายประเทศเอเชีย รวมถึงไทยและไทยด้วย!

แฟนๆ พูดถึงกันอย่างล้นหลามในโซเชียล — ทั้ง ซีนหวาน, เคมีของสองพระนาง, ไปจนถึง ดราม่าซับซ้อนของตัวละครหลัก ที่ทำให้เรื่องเป็นมากกว่า “รักโรแมนติกทั่วไป” นั่นเพราะเรื่องถ่ายทอด ความสัมพันธ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนกว่าเพียงคำพูด ซึ่งเป็นหัวใจของซีรี่ส์เรื่องนี้

นักดูซีรี่ส์หลายคนยังแสดงความคิดเห็นถึง การแปลคำบรรยายใต้ภาพ ที่กลายเป็นเรื่องขำขันและเรื่องถกเถียง เพราะบางครั้ง คำ “รัก” เองก็แปลไม่ออกจริงๆ — เปรียบเลยว่า “ซีรี่ส์มันคือบทเรียนภาษา…ภาษาใจ

“Can This Love Be Translated?” เล่าเรื่องของ จูโฮ-จิน (รับบทโดย Kim Seon-ho) แปลภาษาได้หลากหลาย แต่ ไม่ถนัดแปลใจตัวเอง กับ ชา มู-ฮี (รับบทโดย โกยุนจอง) ดาราสาวระดับโลกที่ชีวิตดึงดูดความสนใจไปทั่วโลก​ ทั้งคู่ได้ร่วมงานกันในรายการเรียลลิตี้ท่องเที่ยวโรแมนติก — แต่ความรู้สึกที่อาจ“แปลว่าใช่”กลับถูกทดสอบจากความเข้าใจผิด และเส้นทางใจก็ยิ่งลึกซึ้งเมื่อพวกเขาเรียนรู้กันและกันในแบบที่ คำพูดไม่สามารถอธิบายได้ทั้งหมด​ สาเหตุที่ทำให้ซีรี่ส์ฮิตสุดปัง​ คือการถ่ายทำหลายประเทศ ทั้งญี่ปุ่น แคนาดา อิตาลี เพิ่มเสน่ห์ภาพและฟีลลิ่งเรื่องรักข้ามพรมแดน โดยเคมีพระนางที่ถูกอกถูกใจ​ การผสานระหว่างบุคลิกเรียบง่ายและโดดเด่นของตัวละครหลัก ทำให้แฟนๆ เกาะหน้าจอ

ทั้งนี้​ โกยุนจอง​ เผยว่า เธอรู้สึก “แฮปปี้และขอบคุณ” ที่ได้รับโอกาสร่วมแสดงในซีรีส์เรื่องนี้ โดยเฉพาะการได้กลับมาทำงานร่วมกับ พี่น้องฮง (Hong Sisters) อีกครั้ง หลังจากเคยร่วมงานกันมาแล้วใน Alchemy of Souls ความคุ้นเคยและความเชื่อมั่นในวิธีการเล่าเรื่องของทีมเขียนบท ทำให้เธอสามารถทุ่มเทให้กับบทบาทได้อย่างเต็มที่

“ฉันรู้ดีค่ะว่าพี่น้องฮงเก่งแค่ไหนในการสร้างตัวละครที่มีเสน่ห์ น่ารัก สดใส และมีมิติที่หลากหลาย ดังนั้นครั้งนี้ฉันจึงสามารถมอบความไว้วางใจให้กับพวกท่านได้อย่างเต็มที่”

สำหรับตัวละคร ‘มูฮี’ ที่เธอรับบท โกยุนจองยอมรับว่ามีหลายแง่มุมที่คล้ายกับชีวิตจริงของเธอ ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึกประหม่า ความไม่คุ้นชินกับสปอตไลต์ หรือการต้องเติบโตท่ามกลางความคาดหวัง ซึ่งทำให้เธอเข้าถึงตัวละครได้ง่ายขึ้นและเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

หนึ่งในเอกลักษณ์ที่โกยุนจองชื่นชมในผลงานของพี่น้องฮง คือการผสมผสานระหว่างความสมจริงกับบรรยากาศแบบเทพนิยาย

“เนื้อเรื่องให้ความรู้สึกเหมือนเทพนิยาย แม้จะอิงจากชีวิตจริงและดูสมจริง แต่ก็มีองค์ประกอบบางอย่างที่ไม่สามารถพบเห็นได้ในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งฉันคิดว่าเป็นจุดแข็งของผลงานพวกเขาค่ะ”

นอกจากนี้ เธอยังพูดถึงฉากที่เกี่ยวข้องกับงานประกาศรางวัลในเรื่อง ซึ่งสะท้อนประสบการณ์ส่วนตัวของเธอได้อย่างชัดเจน

“จริงๆ แล้วฉันไม่ได้มีประสบการณ์ไปงานประกาศรางวัลใหญ่ๆ บ่อยนักค่ะ เลยตั้งตารอการถ่ายทำฉากแบบนั้น เพราะคิดว่าถึงจะไม่ใช่งานจริง แต่อาจช่วยให้รู้สึกประหม่าน้อยลง”

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงเวลาถ่ายทำจริง โกยุนจองก็ได้เรียนรู้บางอย่างเกี่ยวกับตัวเอง

“แต่เอาเข้าจริง ฉันคิดว่าไม่ว่าบุคลิกส่วนตัวของฉันจะเป็นอย่างไร ในช่วงเวลาเหล่านั้น ฉันรู้สึกว่าตัวเองควรจะมีความเป็นมืออาชีพมากกว่านี้ค่ะ”

สำหรับ​ โกยุนจอง (Go Youn-jung) เกิดวันที่​ 22 เมษายน 1996 (ปัจจุบันอายุ 29 ปี) จบการศึกษาศิลปกรรมศาสตร์, Seoul Women’s University ต้นสังกัด: MAA Entertainment โกยุนจองเริ่มต้นในวงการในฐานะ นางแบบโฆษณา ให้กับแบรนด์ชื่อดังหลายรายการ ก่อนจะเดบิวต์เป็นนักแสดง ปี 2019 ด้วยละคร He Is Psychometric

โดยผลงานที่ทำให้เริ่มเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ได้แก่​Sweet Home (Netflix) – บทเล็กแต่โดดเด่น
, Law School (2021) รับบทโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ, Alchemy of Souls (2022–2023) – บทนำในซีรีส์แฟนตาซีสุดฮิต, The Hunt (2022) ผลงานภาพยนตร์ที่แจ้งเกิดในวงกว้าง, Moving (2023) – ซีรีส์แอคชั่นไซไฟที่ถูกยกย่อง เป็นต้น

ทั้งนี้ “Can This Love Be Translated?” ถือเป็น งานโรแมนติกคอมเมดี้หลักเรื่องแรกในฐานะนางเอกแนวรักจริงจัง ของเธอ ซึ่งแฟนๆ ต่างพูดถึงกันว่าบทนี้ช่วยเผยให้เห็นทั้งความสดใสและมิติอารมณ์ลึกของเธอมากยิ่งขึ้น

“Can This Love Be Translated?” ไม่ใช่แค่ซีรี่ส์โรแมนติกทั่วไป — แต่มันคือ บทเพลงความรักที่ต้องปลดล็อกผ่านการตีความ ความรู้สึก และการเติบโต ของตัวละครหลักทั้งสอง​ จากฟีลลิ่งหวานละมุนจนถึงดราม่าลึกซึ้ง เรื่องนี้จึงกลายเป็น หนึ่งในซีรี่ส์ที่แฟนๆ “ฟินหนักที่สุดของต้นปี 2026” ไม่ว่าจะเป็นคอซีรี่ส์เกาหลีหรือคนรักเรื่องรักโรแมนติกก็ตาม!

给力