20 ม.ค. 69 – “อภิสิทธิ์-ดร.การดี-สกลธี” ลงพื้นที่พระโขนง-บางนา เขต 23 ช่วยผู้สมัครเบอร์ 17 หาเสียง“ตลาดวัดทุ่ง” ย้ำประชาชนชื่นชอบนโยบาย “เบี้ยยังชีพ 1,000 บาท-อสม.” และมั่นใจใช้กระแสพรรคที่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนสู้กับกระสุนได้แน่นอน

การลงพื้นที่หาเสียงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรคด้านนโยบาย นายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรค ดูแลกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยผู้สมัครสส.กทม.เข้มข้นมากขึ้น และหนักมากขึ้น
โดยเช้าวันนี้ เวลา 07.00 น. หัวหน้าพรรคและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลงพื้นที่เขต 23 ครอบคลุมเขตพระโขนง เขตบางนา ณ ซอยสุขุมวิท 101/1 (วชิรธรรมสาธิต) เพื่อช่วยผู้สมัคร สส.กทม. เขต 23 เบอร์ 17 นางสาววีร์ ศรีวราธนบูลย์ ณ ตลาดวัดทุ่ง กระแสตอบรับจากประชาชนและพ่อค้าแม่ค้ายังคงหนาแน่น และอบอุ่นเหมือนเดิม โดยประชาชน ยังคงต้อนรับและยินดีในการกลับมาของนายอภิสิทธิ์
ต่อข้อถามที่ว่า สำหรับกระแสจะเลือกประชาธิปัตย์มาแรงนั้น นายอภิสิทธิ์ ยอมรับว่า ถือเป็นกำลังใจต่อพวกเราประชาธิปัตย์ทุกคน เพราะว่าทีมพรรคประชาธิปัตย์หลายคนได้มีการทำงานในพื้นที่นี้มาอย่างต่อเนื่อง และช่วงนี้ถือเป็นโอกาสที่ดี ได้น้องวีร์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตพระโขนง เขตบางนา เบอร์ 17 เข้ามาเป็นผู้สมัครของพรรค เพื่อมาสานต่อหลายสิ่งหลายอย่างของพรรค
“อย่างวันนี้ทีมอดีตสส. สก. สข. ก็มาช่วยงานในพื้นที่ของพรรค ก็เห็นได้ชัดว่า พวกเรามีความผูกพันอยู่กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่มาโดยตลอด และประชาชนก็ให้การต้อนรับเราพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างดีมาก” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
หลังจากลงพื้นที่พูดคุยประชาชนได้นำเสนอเรื่องอะไรให้ต่อพรรคประชาธิปัตย์บ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีหลากหลายประเด็นปัญหา ตัวอย่างเช่น ปัญหาที่เกิดขึ้นจากข้อบัญญัติเรื่องหมาแมว ถึงแม้จะเลื่อนไป 1 ปี ก็เป็นอุปสรรคและเป็นภาระและพยามเสนอแนวทางว่าที่จริงถ้าจะแก้ปัญหาเรื่องหมาแมวจรจัดน่าจะใช้วิธีอื่น ซึ่งตนได้อธิบายไมัให้ประชาชนทราบว่า ประเด็นนี้เป็นข้อบัญญัติของสภากทม. ซึ่งกลางปีนี้ก็จะมีการเลือกตั้งกัน ก็คงจะได้มีการพูดถึงประเด็นนี้กันอีก
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า นอกนั้นก็เรื่องเศรษฐกิจบ้าง อีกทั้งประชาชน ได้มาขอบคุณกับตนเองถึงเรื่องเบี้ยยังชีพ และเรื่อง อสม. ซึ่งในส่วนของ อสม. เดินทางมาจากสมุทรปราการ บอกชื่นชอบนโยบายของเราในส่วนนี้
ต่อประเด็นการทุจริตซื้อเสียงเลือกตั้งที่สมุทรสาครและ กกต. กำลังจับตาดูปัญหาดังกล่าวนั้น พรรคประชาธิปัตย์มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรามีการตรวจสอบปัญหานี้อยู่เป็นระยะแต่ไม่ได้เป็นเรื่องง่ายที่จะไปหาพยานหลักฐานมาได้ แต่ยังอยากให้ กกต.ทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพราะว่าในอดีตที่ผ่านมาส่วนใหญ่ไปจับเอาหลังเลือกตั้ง แล้วก็ผู้ซื้อเสียง ที่เป็นพยานก็จะค่อนข้างกลัว จึงอยากให้กกต. สามารถที่จะดำเนินการได้ก่อนการเลือกตั้งจะดีที่สุด
“สิ่งที่เราได้ยินมาเยอะมาก ก็คือว่าผู้ที่ซื้อเสียง ขอให้ผู้ที่รับเงินถ่ายรูปเวลาที่ลงคะแนน จึงอยากให้ กกต. เข้มงวด กวดขันเรื่องนี้ คือเขาห้ามถ่าย แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วก็สามารถเอากล้องเข้าไป มันก็คงไม่ได้ยากพวกเราคงนึกออก สภาพข้อเท็จจริงของคูหา เพราะว่าช่วงที่อยู่ในคูหาก็ไม่ให้ใครมายืนดูข้างหลัง อันนี้ก็เป็นปัญหาก็แล้วแต่ กกต. แต่อยากให้ กกต. พิจารณา” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
สำหรับช่วงนี้มีกระแสบ้านใหญ่สาดกระสุน เรื่องนี้พรรคประชาธิปัตย์มีความกังวลเรื่องนี้บ้างไหม นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ประชาธิปัตย์เราบ้านสีฟ้า เราก็อาศัยเฉพาะกระแส ซึ่งก็อยู่ที่ประชาชนถ้าอยากให้สู้ได้ เพราะว่าการกระทำดังกล่าวมันไม่ใช่เรื่องของการเลือกตั้งสุจริต ผมว่ามันจะเป็นการเริ่มต้นในการที่จะทำให้บ้านเมืองสุจริตจริงๆ เพราะว่าเงินเหล่านี้เข้ามาแล้วก็ย้อนกลับมาเป็นเรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์ โดยเฉพาะเป็นเงินที่ไม่สะอาด ก็กลายเป็นเรื่องของการซื้ออำนาจ เพื่อไปคุ้มครองตัวเองผ่านกระบวนการยุติธรรม ก็ทำให้เราจัดการกับปัญหาเรื่องนี้ไม่ได้
“ดังนั้นเราอยากขอโอกาสให้คนของพรรคประชาธิปัตย์ทุกคนได้รับการเลือกให้ไปเป็นตัวแทนของประชาชนในสภา นอกจากจะทำให้พรรคประชาธิปัตย์เข้มแข็งแล้ว ยังสามารถช่วยเหลือประชาชนได้เต็มที่ และโดยเฉพาะการเลือกตั้งรอบนี้ในกรุงเทพมหานคร พรรคประชาธิปัตย์เราได้คนรุ่นใหม่คนหน้าใหม่เข้ามาซึ่งเราคิดว่าจะเป็นกำลังสำคัญให้กับประชาชนได้ในระยะยาวด้วย” นายอภิสิทธิ์ กล่าว

