สตม.ลุยจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว บุกทลายบริษัทจีนไลฟ์สด–แอปดัง รวบต่างด้าวเถื่อน 6 นายจ้างโดนด้วย

87

เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ที่กองบัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สั่งเปิดปฏิบัติการ X-RAY กวาดล้างแรงงานต่างด้าวลักลอบทำงานผิดกฎหมายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร บุกตรวจบริษัทสัญชาติจีนที่ใช้แพลตฟอร์มออนไลน์และแอปพลิเคชันชื่อดังเป็นฐานไลฟ์สดเชิงพาณิชย์ พบแรงงานต่างด้าวไม่มีใบอนุญาตทำงาน 6 ราย พร้อมจับกุมนายจ้าง 1 ราย ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

พล.ต.ท.ภาณุมาศ กล่าวว่า ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองและกฎหมายแรงงาน เน้นตรวจสอบคนต่างด้าวที่ลักลอบทำงานผิดกฎหมาย หรือเข้ามาประกอบอาชีพในลักษณะแย่งงานคนไทย โดยต้องมีผลการจับกุมอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรักษาระเบียบแรงงานและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ

ปฏิบัติการครั้งนี้มี พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1 ขานรับนโยบายทันที หลังชุดสืบสวน บก.ตม.1 ได้รับเบาะแสจากสายข่าวว่า มีหญิงลักษณะคล้ายคนต่างด้าวไลฟ์สดผ่านแอปพลิเคชันจีนในย่านห้วยขวาง–รัชดา เพื่อเชิญชวนผู้ชมบริจาคเงินและของขวัญออนไลน์ พร้อมแฝงโฆษณาขายสินค้า

จากนั้น พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1 และ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 สั่งการให้ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.พรชัย สุขเจริญ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมพนักงานสืบสวน ลงพื้นที่ตรวจสอบและบูรณาการร่วมกับกรมจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เข้าปิดล้อมตรวจค้นสถานที่เป้าหมาย

ผลการตรวจค้น เจ้าหน้าที่จับกุมแรงงานต่างด้าวรวม 6 ราย แบ่งเป็นสัญชาติจีน 5 ราย และบุคคลไม่มีสถานะ 1 ราย ทำหน้าที่ไลฟ์สดผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเชิญชวนให้ผู้ชมบริจาคเงินหรือสิ่งของซึ่งสามารถตีราคาเป็นเงินได้ และมีลักษณะเป็นการทำงานเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต จึงแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาต”

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายจ้างอีก 1 ราย ในข้อหา “รับคนต่างด้าวซึ่งไม่มีใบอนุญาตทำงานเข้าทำงาน” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองย้ำเตือนว่า นายจ้างและแรงงานต่างด้าวต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะถูกดำเนินคดีตาม พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว และ พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง ซึ่งมีโทษปรับสูงและมาตรการลงโทษอย่างเด็ดขาด