เลขาฯ ป.ป.ส. สั่งด่วน! ตรวจข้อเท็จจริง”ลูกทาสยา-ขาดยาจิตเวช” คลั่งฆ่าแม่ดับคาบ้าน

100

เลขาฯ ป.ป.ส. สั่งด่วน! ปปส.ภ.4 รุดลงพื้นที่ร้อยเอ็ด ตรวจข้อเท็จจริงและเยียวยาเหตุสลด “ลูกทาสยา-ขาดยาจิตเวช” ทำร้ายแม่ดับ คาบ้านพัก เร่งขยายผลจับกุมผู้ค้าในชุมชน

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.

14 มกราคม 2569 พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. สั่งการด่วนให้ สำนักงาน ปปส. ภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงและให้ความช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ลูกชายป่วยจิตเวชขาดยาและหันกลับไปเสพยาบ้าจนเกิดอาการคลุ้มคลั่งทำร้ายมารดาจนเสียชีวิต ในพื้นที่ อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด

เมื่อค่ำวันที่ 13 ม.ค. 69 นายพงศ์ศิริ ชื่นบาน ผอ.ปปส.ภ.4 พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่วัดใต้ตาเถร ต.จำปาขัน เพื่อร่วมพิธีสวดอภิธรรมและมอบเงินช่วยเหลือทำบุญแก่ศพของ นางฉลวย (ผู้เสียชีวิต) เนื่องจากครอบครัวมีฐานะยากจนและไม่มีญาติพี่น้องอื่น โดยทางวัดและชุมชนได้รับเป็นเจ้าภาพดำเนินการฌาปนกิจ

จากการสอบสวน นายชัยณรงค์ (ผู้ก่อเหตุ) วัย 32 ปี ทราบว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้าและจิตเวชมาตั้งแต่อายุ 18 ปี อาศัยอยู่กับมารดาเพียงลำพัง สาเหตุหลักของการก่อเหตุเกิดจากยาจิตเวชหมด ตั้งแต่วันที่ 9 ม.ค. และด้วยความเครียดจึงหันไปซื้อยาบ้าจาก นายปี เอเย่นต์ในหมู่บ้านมาเสพ จนเกิดอาการประสาทหลอน เข้าใจผิดว่ามารดานำยาของตนไปทิ้ง ประกอบกับความน้อยเนื้อต่ำใจที่ถูกดุด่า จึงลงมือทำร้ายมารดาขณะนอนหลับจนเสียชีวิต

จากเหตุการณ์นี้ชี้ให้เห็นช่องว่างของการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชน ที่ยาจิตเวชหมดและเข้าไม่ถึงการรักษาต่อเนื่อง ประกอบกับมีสิ่งยั่วยุคือยาเสพติดราคาถูกในพื้นที่ ซึ่งผู้นำชุมชนและ อสม. ยังมีความหวาดกลัวในการเข้าเยี่ยมหากไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย สำนักงาน ป.ป.ส. จะเร่งประสานฝ่ายปกครองและสาธารณสุข เพื่อวางมาตรการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยจิตเวชกลุ่มเสี่ยงให้รัดกุมและปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุสลดเช่นนี้ซ้ำอีก พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลเครือข่ายผู้ค้าในพื้นที่แล้ว โดยจะเร่งสืบสวนขยายผลจับกุม นายปีและเครือข่ายที่ขายยาให้กับผู้ป่วยรายนี้มาดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้ายว่า เหตุการณ์นี้นับเป็นความสูญเสียที่ไม่อยากให้เกิดขึ้นกับครอบครัวใดอีก ปัญหานี้สะท้อนให้เห็นว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่สามารถทำได้ด้วยการปราบปรามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องควบคู่ไปกับการดูแลบำบัดรักษาผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง

สำนักงาน ป.ป.ส. จะเร่งขับเคลื่อนกลไกการติดตามดูแลผู้ผ่านการบำบัดและผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เพื่อปิดช่องว่างไม่ให้ผู้ป่วยขาดยารักษาและหันกลับไปพึ่งพายาเสพติด พร้อมทั้งจะดำเนินมาตรการขั้นเด็ดขาดกับผู้ค้าต่อไป

หากพบเห็นผู้มีอาการทางจิตจากยาเสพติด หรือเบาะแสผู้ค้า แจ้ง สายด่วน ป.ป.ส. 1386 ที่พึ่งทุกปัญหายาเสพติด ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีค่าใช้จ่าย