“เอกนิติ” ยันพร้อมใช้ประสบการณ์ด้านการเงิน-คลัง ช่วยแก้ปัญหาเอสเอ็มอี เผยที่มานโยบาย Quick Big Win ฟื้นฟู ศก.ประเทศ 

89

กรุงเทพฯ, วันที่ 13 ม.ค. – นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดทรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวถึงการรับตำแหน่งในรัฐบาลอนุทิน 1 ว่า มีโอกาสติดตามนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ไปเจอชาวบ้านพื้นที่ต่างๆ ทำให้เข้าใจในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น คนไทยมีความแตกต่างกันมาก ในเชิงของรายได้ คือการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าเศรษฐกิจไทยจะโตเท่าไหร่ แต่บางคนยังมีรายได้ติดลบ ยังอยู่บนความทุกข์ยากลำบาก นอกจากนี้ได้ไปเจอผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี พ่อค้า แม่ค้า พบว่ามีความลำบากในเรื่องรายได้ ไม่พอกับรายจ่าย ขณะที่นักลงทุนขนาดใหญ่ เขาอยากไปที่อื่นมากกว่า โดยบอกว่าคนไทยขาดในเรื่องทักษะ ไม่เก่ง เมื่อเทียบกับประเทศอื่นที่เขาไปลงทุน

นายเอกนิติ กล่าวถึงการดำเนินนโยบายช่วย เอสเอ็มอี ที่มีปัญหาเรื่องแหล่งเงินทุน ขอกู้แบงค์ไม่ได้ ในฐานะที่เคยเป็นประธานแบงค์เก่า ทำงานกับสมาคมธนาคารไทย จึงออกแบบนโยบาย “เอสเอ็มอี เครดิตบูสต์” ที่จะไปช่วยค้ำประกันให้แบงค์กล้าปล่อยสินเชื่อให้เอสเอ็มอีมากขึ้น ช่วยให้เขาลดต้นทุน สามารถขายของไปต่างประเทศได้ ทำให้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ห่วงโซ่การผลิตของธุรกิจขนาดใหญ่ หรือโครงการพี่ช่วยน้อง และภาครัฐให้โครงการแต้มต่อกับเอสเอ็มอีเหล่านี้ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายของให้เขา วันนี้จึงบอกว่ามีความพร้อมที่จะเอาความรู้ ความเป็นมืออาชีพทางการเงิน การคลัง มามาช่วยให้เขาดีขึ้น

นายเอกนิติกล่าวถึงที่มาของการคิดนโยบาย Quick Big Win ว่า จากประสบการณ์เป็นหัวหน้าหน่วยราชการ ที่ไม่รู้ว่าจะดำรงตำแหน่งนานเท่าไหร่ ก็ต้องมีโครงการ ที่ชัด ที่เร็ว และ เกิดประโยชน์ จริงๆ จึงออกแบบนโยบายเศรษฐกิจว่า Quick คือต้องให้เสร็จภายใน 4 เดือน Big คือให้มันใหญ่ พอ ที่โครงการนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูเศรษฐกิจเพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจ มันจะต้องมีความใหญ่ พอ ที่ช่วยคนไทยได้ และ Win คือต้องกระจาย ตัวให้คนไทย ได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้ให้ได้มากที่สุด