เดินหน้าแก้ปัญหาสหกรณ์โคนมยั่งยืน​ ยกสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น ต้นแบบแปรรูปครบวงจร

725

อาชีพการเลี้ยงโคนม ถือเป็นหนึ่งในอาชีพพระราชทานของในหลวงรัชกาลที่ 9 แต่อาชีพนี้ก็ต้องเจอกับแรงเสียดทานหลายด้าน ทั้งเทคโนโลยีในการเลี้ยงที่ยังค่อนข้างล้าหลังชาติอื่น การคอรัปชั่นน้ำนมที่มีมูลค่ามหาศาล ต้นทุนการเลี้ยงที่ยังสูงกว่าชาติอื่นค่อนข้างมาก รวมถึงปัญหาล่าสุด FTA ไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ที่บังคับใช้ไปแล้วเมื่อปี 2567 ทำให้มีการเข้มงวดในน้ำนมมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรรายย่อย ที่ไม่สามารถทำตามมาตรฐานที่กำหนดได้ และการไม่สามารถแข่งขันด้านราคากับนมผงออสเตรเลียที่ราคาถูกกว่า และต้นทุนต่ำกว่าได้

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับอาชีพการเลี้ยงโคนม ได้มีการดำเนินการเตรียมความพร้อมรับมือกับปัญหานี้มาระยะหนึ่ง จนประสบความสำเร็จในการยกระดับการเลี้ยงโคนมของไทยให้มีความทันสมัยขึ้น จนตรงตามมาตรฐาน เทียบคียงกับนมผงนำเข้า จนเกิด “สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด” อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว ที่เป็นสหกรณ์โคนมแห่งเดียวในประเทศไทย ที่ใช้เทคโนโลยีการเป่า แปรเปลี่ยนจากน้ำนมดิบเป็นนมผง

นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ดูงานกิจการสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด ร่วมกับนายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า สหกรณ์แห่งนี้เป็นสหกรณ์โคนมแห่งเดียวในประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีการเป่า แปรเปลี่ยนจากน้ำนมดิบเป็นนมผง โดยปัจจุบันสามารถผลิตนมผงได้ปีละประมาณ 6,500 ตัน จากปริมาณน้ำนมดิบส่วนเกินกว่า 70,000 ตัน ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตนมผงที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานเทียบเท่ากับต่างประเทศ

“สหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น เป็นสหกรณ์เดียวในขณะนี้ที่มีเทคโนโลยีการเป่าแปรสภาพน้ำนมดิบให้เป็นนมผงโดยนำน้ำนมดิบส่วนที่เกินจากผลิตเป็นนมพร้อมดื่ม มาแปรรูปเป็นนมผง โดยใช้เทคโนโลยีการเป่า ซึ่งสหกรณ์สามารถผลิตนมผงได้เทียบเท่ามาตรฐานต่างประเทศ และได้รับการรับรองคุณภาพในระดับสากล ซึ่งในเบื้องต้น เราจะเจรจากับผู้ประกอบการภาคเอกชน ซึ่งจะดูต้นทุนก่อนว่าสหกรณ์จะดำเนินการได้ตามสเปคที่ทางบริษัทที่จะซื้อกำหนดได้หรือไม่ เพราะว่าสเปคค่อนข้างสูง เขาใช้สเปคของนิวซีแลนด์และออสเตรเลีย โดยลูกค้าจะต้องส่งสเปคนมผงที่ต้องการไปให้สหกรณ์ก่อน สหกรณ์ก็จะดำเนินการตามคุณภาพและมาตรฐานตามที่กำหนด ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา เพราะที่ผ่านมาเราก็ทำร่วมกับเอกชนอยู่แล้ว”

อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันสหกรณ์โคนมวังน้ำเย็น จำกัด มีความพร้อมในการผลิตแบบครบวงจร ทั้งเทคโนโลยีการเป่าที่ทีคุณภาพและได้มาตรฐานระดับโลก มีทั้งห้องแลป และรับจ้างผลิตหรือโออีเอ็ม (OEM) ให้กับบริษัทเอกชนจำหน่ายนมยักษ์ใหญ่ในตลาดหลายแห่ง นอกจากนี้ยังผลิตนมยูเอสที (UHT) นมพาสเจอร์ไรส์ และสามารถแยกเป็นชีสได้ด้วย

สำหรับในส่วนสหกรณ์โคนมขนาดเล็ก ทุกวันนี้เราพยายามจัดสรรเป็นโควต้าในแต่ละแห่งให้กับสหกรณ์ใกล้เคียงที่รับผลิตนมแปรรูป โดยจะให้ดำเนินการเต็มศักยภาพของเครื่องจักร เช่น สหกรณ์โคนมเชียงใหม่ จำกัด และ สหกรณ์โคนมไชยปราการ จำกัด ก็จะรับน้ำนมดิบจากสมาชิกในเครือข่ายสหกรณ์ใกล้เคียง ที่มีนมสดเกินความต้องการ ก็จะนำมาแปรรูปเป็นนมพาสเจอร์ไรส์ โดยจัดเป็นโควต้า รวมถึงส่งจำหน่ายให้กับคู่ค้าที่เป็นบริษัทด้วย โดยจะกำหนดว่าสหกรณ์ไหนควรไปส่งสหกรณ์ไหนหรือบริษัทใด ขึ้นอยู่กับความต้องการแต่ละแห่ง ทั้งนี้เพื่อป้องการกระจุกตัวของน้ำนมดิบ และเป็นการแก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดในระยะยาวส่วนอีกมาตรการที่เราจะเร่งดำเนินการคือการแปรรูปนมอัดเม็ด ซึ่งขณะนี้มีอยู่หลายสหกรณ์ ที่มีความพร้อมทางด้านเทคโนโลยีสามารถผลิตนมอัดเม็ดได้ ก็จะช่วยเพิ่มช่องทางการตลาดอีกทาง

นายนิรันดร์ ย้ำด้วยว่า ในส่วนสหกรณ์ขนาดเล็กที่รับน้ำนมดิบจากเกษตรกรสมาชิก ส่งสหกรณ์ขนาดใหญ่หรือบริษัทนำไปแปรรูป จึงได้หารือกับท่าน ปลัดวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข ในเบื้องต้นว่า จะรวมสหกรณ์ขนาดเล็กเป็นกลุ่มคลัสเตอร์เข้าด้วยกัน ทำลักษณะแปลงใหญ่ ใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีแปรรูปร่วมกัน ผลิตอาหารสัตว์ โรงงานแปรรูปอาหารสัตว์ร่วมกัน เพื่อจะได้ประหยัดต้นทุนการผลิตของสหกรณ์และสมาชิก โดยเฉพาะอาหารโค ที่สูงขึ้น ทำให้การผลิตน้ำนมดิบปัจจุบันยังมีต้นทุนที่สูง จึงสู้กับนมจากต่างประเทศไม่ได้ มีต้นทุนที่ถูกกว่า

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีสหกรณ์สหกรณ์โคนมทั่วประเทศทั้งสิ้น 92 แห่งและชุมนุมสหกรณ์โคนม อีก 8 แห่ง กลุ่มเกษตรกร 1 แห่ง รวมเป็น 101 แห่ง ใน 33 จังหวัด สหกรณ์โคนมทั่วประเทศสามารถผลิตน้ำนมดิบได้ประมาณ 584,000 ตันต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 1,600 ตัน