สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านยาเสพติด (ASEAN Senior Officials Meeting on Drug Matters: ASOD) ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 4–5 สิงหาคม 2569 ในรูปแบบการประชุมทางไกล (Video Conference) โดยมีผู้แทนระดับอธิบดีและเลขาธิการจากประเทศสมาชิกอาเซียน สำนักเลขาธิการอาเซียน ประเทศคู่เจรจา และองค์การระหว่างประเทศเข้าร่วม เพื่อร่วมกำหนดทิศทางความร่วมมือในการรับมือปัญหายาเสพติดของภูมิภาค

สำหรับฝ่ายไทย พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. มอบหมายให้นายอภิกิต ฉ. โรจน์ประเสริฐ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ทำหน้าที่ประธานการประชุม และนางสาวอารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม
โดยในวันที่ 4 สิงหาคม 2569 พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุมผ่านวีดิทัศน์ (Video Message) ได้เน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ประเทศสมาชิกอาเซียนต้องเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อรับมือภัยคุกคามยาเสพติดที่มีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะการแพร่ระบาดของยาเสพติดสังเคราะห์จากพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ และการใช้เทคโนโลยีของเครือข่ายอาชญากรรม พร้อมทั้งย้ำว่าการเสริมสร้างความร่วมมือระดับภูมิภาคจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างประชาคมอาเซียนที่ปลอดภัยและพร้อมรับมือกับความท้าทายในอนาคต ทั้งนี้ ประเทศไทยได้เปิดตัว “รายงานเฝ้าระวังสถานการณ์ยาเสพติดอาเซียน ประจำปี 2569 (ASEAN Drug Monitoring Report 2026)” ซึ่งจัดทำขึ้นเพื่อสนับสนุนการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ยาเสพติดในภูมิภาค
สำหรับการประชุมเต็มคณะ ประเทศไทยได้รับหน้าที่เป็นประธานการประชุม ASOD ครั้งที่ 47 อย่างเป็นทางการ และประเทศสมาชิกได้ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์และแนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดในระดับชาติ ภูมิภาค และนานาชาติ โดยหัวหน้าคณะผู้แทนไทยได้นำเสนอนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ยกระดับการแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมรายงานผลการดำเนินงานด้านการปราบปราม การป้องกัน การบำบัดฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติด การยึดทรัพย์ ตลอดจนความร่วมมือระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหายาเสพติด

นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้รายงานความคืบหน้าการพัฒนาเว็บไซต์ศูนย์ความร่วมมือด้านยาเสพติดอาเซียน (ASEAN Narcotics Cooperation Center: ASEAN-NARCO) ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ประเทศสมาชิกแต่งตั้งผู้ประสานงานหลัก (Focal Point) อย่างเป็นทางการ รวมถึงได้รายงานผลการประชุมเครือข่ายเฝ้าระวังยาเสพติดอาเซียน (ASEAN Drug Monitoring Network: ADMN) ตลอดจนผลการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติดแห่งสหประชาชาติ (Commission on Narcotic Drugs: CND) ครั้งที่ 69 อีกทั้ง ประเทศไทยยังได้นำเสนอโครงการเสริมสร้างศักยภาพด้านการสกัดกั้นสารเคมีและสารตั้งต้นที่ลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่สามเหลี่ยมทองคำเพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนแผนปฏิบัติการว่าด้วยความร่วมมือด้านยาเสพติดระหว่างอาเซียนและจีน (ASEAN and China Cooperative Operations in Response to Dangerous Drugs: ACCORD) ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ประเทศไทยเป็นผู้พัฒนาแนวทางเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนงานและโครงการภายใต้การประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านยาเสพติด (ASEAN Ministerial Meeting on Drug Matters: AMMD) และกลไกย่อยที่เกี่ยวข้อง
โอกาสนี้ ที่ประชุมยังได้รับทราบผลการดำเนินงานของกลุ่มย่อยทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การปราบปราม การป้องกัน การบำบัดรักษาและฟื้นฟู การวิจัย และการพัฒนาทางเลือก รวมทั้งความคืบหน้าการดำเนินงานของประเทศฟิลิปปินส์ในการทบทวนแผนปฏิบัติการอาเซียนเพื่อประชาคมปลอดภัยจากยาเสพติด ปี พ.ศ. 2559–2568 และพัฒนาแนวปฏิบัติและระเบียบวิธีของการประชุม AMMD และกลไกย่อยที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในส่วนของแผนปฏิบัติการฯ ประเทศฟิลิปปินส์จะนำเสนอให้ที่ประชุม AMMD ครั้งที่ 9 พิจารณารับรองในเดือนตุลาคม 2569 ที่ประชุมยังได้รับทราบการทบทวนกลไกการทำงานภายใต้กรอบ ACCORD ซึ่งประเทศมาเลเซียจะนำไปหารือกับประเทศจีนต่อไป
ในช่วงการประชุมวาระเปิด (Open Session) องค์กรภาคีระหว่างประเทศ ได้แก่ องค์การตำรวจสากล (INTERPOL) โครงการที่ปรึกษาด้านยาเสพติด สำนักเลขาธิการแผนโคลัมโบ (CPDAP) สำนักงานยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และฝ่ายเลขานุการของการประชุมคณะกรรมาธิการยาเสพติด (CND) ได้ร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติดและความคืบหน้าโครงการความร่วมมือที่สำคัญ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของอาเซียนในการรับมือกับปัญหายาเสพติดข้ามชาติ

และวันที่ 5 สิงหาคม 2569 ได้มีการประชุมระหว่าง ASOD กับประเทศคู่เจรจาของอาเซียน (Dialogue Partners) ได้แก่ จีน สาธารณรัฐเกาหลี ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อินเดีย และรัสเซีย เพื่อหารือแนวทางการเสริมสร้างความร่วมมือด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์ยาเสพติดในภูมิภาค ตลอดจนหารือแนวทางยกระดับความร่วมมือเพื่อรับมือกับภัยคุกคามยาเสพติดข้ามชาติในอนาคต ในโอกาสดังกล่าว ประเทศไทยได้ทำหน้าที่ประธานร่วม (Co-chair) ในการประชุม ASOD + สาธารณรัฐเกาหลี ครั้งที่ 12 และการประชุม ASOD+3 (จีน สาธารณรัฐเกาหลี และญี่ปุ่น) ครั้งที่ 19 ซึ่งที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ยาเสพติดและความคืบหน้าความร่วมมือ พร้อมทั้งหารือแนวทางการดำเนินงานร่วมกันในระยะต่อไป
ทั้งนี้ ประเทศติมอร์-เลสเต จะรับหน้าที่เป็นเจ้าภาพการประชุม ASOD ครั้งที่ 48 ในปี พ.ศ. 2570 ต่อไป

