หน้าแรกสังคมมหาเถรสมาคม น้อมรับ “พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ”

มหาเถรสมาคม น้อมรับ “พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ”

11 ม.ค. 69 – มหาเถรสมาคม น้อมรับ “พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ” เดินหน้าปฏิรูปคณะสงฆ์ครั้งใหญ่ คุมพุทธพาณิชย์–รื้อระบบแต่งตั้ง–ยกเครื่องโครงสร้างใหม่

เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ครั้งที่ 1/2569 มีมติน้อมรับ “พระสังฆราโชบาย 12 ข้อ” ของสมเด็จพระสังฆราช เพื่อนำไปเป็นกรอบนโยบายหลักในการบริหารกิจการคณะสงฆ์ทั่วประเทศ พร้อมมีมติสำคัญในการปรับโครงสร้างการทำงานใหม่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และฟื้นฟูศรัทธาต่อพระพุทธศาสนาในระยะยาว

ย้ำแก่นธรรม–คุมเข้มพุทธพาณิชย์
สาระสำคัญของพระสังฆราโชบาย เน้นย้ำให้คณะสงฆ์ยึด ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ เป็นหัวใจหลักของการดำรงพระศาสนา ห้ามบิดเบือนพระธรรมวินัยโดยเด็ดขาด พร้อมกำชับให้ ควบคุมและปราบปรามพุทธพาณิชย์ ไสยศาสตร์ และพิธีกรรมที่ขัดต่อหลักพระพุทธศาสนา ไม่ให้เกิดขึ้นในเขตวัด รวมถึงการสร้างวัตถุมงคล เครื่องราง หรือรูปเคารพที่บิดเบือนสาระทางธรรม

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมยังย้ำให้ บังคับใช้พระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด ต่อพระภิกษุที่กระทำผิด โดยต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส รวดเร็ว และปราศจากการช่วยเหลือหรือแทรกแซงจากผู้มีอำนาจ

รื้อเกณฑ์แต่งตั้งเจ้าอาวาส–ลดบทบาท “ถาวรวัตถุ” ในด้านการบริหารงานบุคคล มส. มีมติให้ ปรับเกณฑ์การแต่งตั้งเจ้าอาวาสและตำแหน่งปกครองสงฆ์ใหม่ โดยยกเลิกการพิจารณาผลงานด้านการก่อสร้างหรือถาวรวัตถุเป็นหลัก และหันมาให้ความสำคัญกับ ความเคร่งครัดในพระวินัย ผลงานด้านการสอน การเผยแผ่ และการปฏิบัติธรรม แทน

นอกจากนี้ จะให้ คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (คพช.) เข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบประวัติและคุณสมบัติผู้ถูกเสนอชื่ออย่างเข้มข้น ก่อนนำเสนอให้ มส. หรือสมเด็จพระสังฆราชพิจารณา พร้อมตั้งกลไก “สกรีนงานก่อนเข้า มส.” เพื่อป้องกันปัญหาและข้อร้องเรียนในอนาคต

ปรับโครงสร้างสงฆ์–ทบทวนนิตยภัต
ที่ประชุมยังเห็นชอบให้ ปรับโครงสร้างการปกครองคณะสงฆ์ ลดตำแหน่งที่ซ้ำซ้อน และจัดแบ่งเขตปกครองใหม่ให้เหมาะสมกับจำนวนพระและสภาพพื้นที่จริง รวมถึง ทบทวนอัตรานิตยภัต (เงินอุปถัมภ์พระ) ให้สอดคล้องกับภาระงานและสภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน

ในส่วนของการสนับสนุนเชิงระบบ มีมติให้ ปฏิรูปสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ปรับโครงสร้างและกระบวนการทำงาน เพื่อให้สามารถขับเคลื่อนนโยบายของ มส. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมจัดทำ แผนยุทธศาสตร์คณะสงฆ์ระยะยาว รองรับความเปลี่ยนแปลงของสังคม

ดิจิทัล–การศึกษา หัวใจยุคใหม่
พระสังฆราโชบายยังให้ความสำคัญกับการนำ เทคโนโลยีดิจิทัลและ Big Data มาใช้จัดทำฐานข้อมูลกลางด้านพระภิกษุและวัดทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มความโปร่งใส และยกระดับการบริหารงานแบบ E-government ควบคู่กับการ ยกเครื่องระบบการศึกษาคณะสงฆ์ ปรับหลักสูตรให้ทันสมัย ทันโลก แต่ยังคงความเข้มข้นในพระธรรมวินัย

ยุบเหลือ 4 กลุ่มภารกิจ เร่งขับเคลื่อนทันทีขณะเดียวกัน ที่ประชุม มส. มีมติเห็นชอบให้ ปรับกลุ่มภารกิจการทำงานจากเดิม 6 ด้าน เหลือ 4 กลุ่มหลัก ได้แก่ 1. กลุ่มการปกครองและฐานข้อมูล 2. กลุ่มการศึกษาและการศึกษาสงเคราะห์ 3. กลุ่มการเผยแผ่ การปฏิบัติธรรม และงานพระธรรมทูต 4. กลุ่มสาธารณูปการและศาสนสมบัติโดยกำหนดให้ งานสาธารณสงเคราะห์เป็นภารกิจร่วม ที่ทุกกลุ่มต้องมีส่วนร่วมดำเนินการ

ทั้งนี้ มส. ได้มอบหมายให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ประสานงานร่วมกับ คณะกรรมการคุ้มครองพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ เพื่อขับเคลื่อนพระสังฆราโชบายและมติทั้งหมดให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img