ทำเนียบรัฐบาล, วันที่ 8 มกราคม – นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ) เด็กและเยาวชนดีเด่น พร้อมด้วยเด็กและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ เข้าเยี่ยมคารวะและรับโอวาทจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โดยมีนายองอาจ วงษ์ประยูร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี คณะผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ คณะกรรมการจัดงานวันเด็กแห่งชาติ เด็กและเยาวชน ครู ผู้ปกครอง และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
นางนฤมล กล่าวรายงานการนำเด็ก และเยาวชนจากทุกสังกัดทั่วประเทศเข้าเยี่ยมคารวะ แบ่งเป็นเด็กและเยาวชนดีเด่น 652 คน และเด็กและเยาวชนที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติ 810 คน รวมทั้งสิ้น 1,462 คน โดยเด็กและเยาวชนดีเด่นผ่านการคัดเลือกจาก 17 หน่วยงาน พิจารณาจากความประพฤติดี มีผลการเรียนดี มีคุณธรรม จริยธรรม และอุทิศตนเพื่อส่วนรวม ส่วนเด็กและเยาวชนที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ มีผลงานโดดเด่น 5 ด้าน ได้แก่ วิชาการ ศิลปวัฒนธรรมและดนตรี ทักษะวิชาชีพ กีฬาและนันทนาการ และศีลธรรม คุณธรรมจริยธรรม ซึ่งได้รับการคัดเลือกจากสำนักงานปลัด ศธ. เพื่อส่งเสริม สนับสนุน และสร้างขวัญกำลังใจให้เด็กและเยาวชนทำความดี ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของตนเอง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคมในอนาคต

ด้านนายกรัฐมนตรีได้ให้โอวาท โดยกล่าวต้อนรับและแสดงความชื่นชมในความสำเร็จของเด็กและเยาวชนทุกคนที่ได้รับรางวัลอันน่าภาคภูมิใจ และกล่าวต้อนรับเด็กและเยาวชนทุกคนสู่ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ได้มีโอกาสต้อนรับผู้คนจำนวนมากเช่นนี้ ขอให้เด็กและเยาวชนทุกคนได้ซึมซับบรรยากาศของสถานที่แห่งนี้ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจในการกำหนดเส้นทางชีวิตในอนาคต
นายอนุทินแสดงความเชื่อมั่นว่า ในบรรดาเด็ก และเยาวชนที่มาร่วมงานในวันนี้ จะมีผู้ที่เติบโตขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของประเทศในสาขาวิชาชีพต่าง ๆ ที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรือง ชีวิตในวัยเด็ก และเยาวชน เป็นช่วงเวลาที่มีความสุข และเต็มไปด้วยโอกาสในการเรียนรู้ สามารถลองผิดลองถูก และนำบทเรียนมาพัฒนาตนเองได้ แต่เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในบทบาทการทำงานเพื่อประเทศชาติ ที่ต้องมีความถูกต้องและรอบคอบ เพราะความผิดพลาดอาจไม่สามารถแก้ไขได้ง่ายเหมือนในวัยเยาว์ ขอให้เด็ก และเยาวชนมุ่งมั่นพัฒนาตนเองสู่ความเป็นเลิศ ควบคู่ไปกับการมีคุณธรรม จริยธรรม และความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ

“เชื่อว่าทุกคนเป็นคนดีอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือความกล้าหาญ ทั้งกล้าทำในสิ่งที่ถูกต้อง และกล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ เน้นการพัฒนาความสามารถอย่างรอบด้าน ทั้งวิชาการ กีฬา ศิลปะ และภาษาต่างประเทศ การพัฒนาตนเองไม่สามารถทำคนเดียวได้ แต่ต้องทำเป็นทีม -ทีมไทยแลนด์ไม่มีวันตาย- ” นายกรัฐมนตรีกล่าว พร้อมขอให้ทุกคนขยันตั้งใจรับช่วงต่อในการสร้างประเทศไทยให้เข้มแข็งและเจริญก้าวหน้า
นอกจากนี้นายอนุทินยังย้ำถึงความสำคัญของกีฬาและการเคารพกติกา การเล่นกีฬาไม่จำเป็นต้องเป็นเลิศหรือแชมป์ แต่เพื่อสร้างร่างกายที่แข็งแรง ฝึกความอดทน และเรียนรู้การทำงานเป็นทีม รวมถึงการมีน้ำใจนักกีฬาและเคารพคู่แข่งขัน เพื่อให้สังคมมีความสุขและเกิดความสามัคคี

นายกรัฐมนตรียังได้เชิญชวนเด็ก และเยาวชนมาเยี่ยมชมทำเนียบรัฐบาลในวันเด็กปีนี้ เพื่อเรียนรู้การทำงานของนายกรัฐมนตรี สถานที่ประวัติศาสตร์ และรับแรงบันดาลใจให้มีความมุ่งมั่นและใฝ่ฝันในการรับใช้ประเทศชาติในอนาคต โดยคำขวัญวันเด็กประจำปีนี้ “รักชาติไทย ใส่ใจโลก” โดยฝากข้อคิดให้เด็กและเยาวชนทุกคนรักชาติไทยเช่นที่ทุกคนมีอยู่แล้ว พร้อมใส่ใจสิ่งแวดล้อม เพื่อทำให้โลกของเราน่าอยู่ ลดฝุ่น มลพิษ และใช้พลังงานจากธรรมชาติแทนคาร์บอนไดออกไซด์
นายอนุทินเน้นย้ำว่า ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเพื่อให้เด็กและเยาวชนรุ่นใหม่มีสุขภาพแข็งแรง พร้อมพัฒนาบ้านเมืองให้ทัดเทียมนานาประเทศ โดยเชื่อมั่นว่าเยาวชนทุกคนสามารถสร้างอนาคตให้ประเทศยืนอยู่ในเวทีโลกด้วยความเกรงขามและมีบทบาทสำคัญ

