รวบหนุ่มวัย 31 วิ่งราวสร้อยทอง 2 บาท อ้างทำครั้งแรก​ หาเงินใช้หนี้เพื่อน

351

ตำรวจ บก.น.9 ตามรวบ “เนส” หนุ่มขอนแก่น คาห้องพักคอนโดย่านกัลปพฤกษ์ หลังขี่ จยย.วนหาเหยื่อนานกว่าชั่วโมง ก่อนฉกสร้อยทองกลางซอยเอกชัย อ้างทำครั้งแรก หาเงินใช้หนี้เพื่อน

เมื่อเวลา10.00น.วันที่ 7 ม.ค. พล.ต.ต.สามารถ พรหมชาติ ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธีระชัย เด็ดขาด รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ธิติพงษ์ สียา ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.อ.ธนะเมศฐ์ วิจิตรจริยา ผกก.สน.บางบอน พ.ต.ท.ประทีป กาวิน พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ ธัยยามาตร์ รอง ผกก.สส.บก.น.9 พ.ต.ท.ศุภกร กันทาลักษณ์ รอง ผกก.สส.สน.บางบอน พ.ต.ท.ชยกร คำมิ่งเดชาโชติ สว.กก.สส.บก.น.9 พ.ต.ท.วรวุฒิ เมธีวรรณกุล สว.สส.สน.บางบอน พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนกก.สส.บก.น.9 และ สน.บางบอนร่วมกันจับกุมนายประธาน หรือเนส สุดจอม อายุ 31 ปี ชาวจ.ขอนแก่น ตามหมายจับของ ศาลอาญาธนบุรี ที่ 4/2569 ลงวันที่ 6 ม.ค.69 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “วิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ”โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องพัก ในคอนโด ย่าน ถ.กัลปพฤกษ์ แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพฯ

คดีนี้สืบเนื่องจากวันที่ 23 ธ.ค.68 เวลาประมาณ 14.45 น. พนักงานสอบสวน สน.บางบอน รับแจ้งเหตุคนร้ายวิ่งราวทรัพย์สร้อยคอทองคำรูปพรรณ น้ำหนัก 2 บาท สร้อยขาด โดยคนร้ายได้สร้อยคอทองคำไปยาวประมาณ 5 เซนติเมตร ผู้เสียหายทราบชื่อน.ส.น้องนุช แสนดี อายุ 51 ปี เหตุเกิดริมกำแพงเลียบคลองหลังอนามัยหมอเนตร สุดซอยเอกชัย 132 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพฯ ซึ่งคนร้ายใช้รถจยย.ยามาฮ่า เอ็นแม็กซ์ สีดำ ล้อทอง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ลักษณะ สูง ผอม สวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงขายาวสีเทา สวมหมวกนิรภัยสีดำคาดแดงแบบเต็มใบ หลังก่อเหตุได้หลบหนีไปตามซอยเอกชัย 132 โดยน.ส.น้องนุชแจ้งว่าพบคนร้ายจอดรถจยย.ขวางรอตรงบริเวณหัวมุมริมกำแพง และลงมือก่อเหตุ โดยน.ส.น้องนุชยื้อแย่งคืนมาได้บางส่วนจึงทำให้สร้อยคอขาดติดมือคนร้ายไปประมาณ 5 ช.ม.

ภายหลังรับแจ้งเหตุฝ่ายสืบสวนกก.สส.บกน.9และฝ่ายสืบสวนสน.บางบอน ได้ไล่กล้องวงจรปิดหาเส้นทางคนร้าย เป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ จนพบว่าคนร้ายขี่รถจยย.วนหาเหยื่อ เป็นระยะทางประมาณกว่า 40 ก.ม. ใช้เวลาขับรถวนประมาณ กว่า 1 ช.ม. จนมาพบผู้เสียหายแล้ว ลงมือก่อเหตุ ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติศาล ออกหมายจับนายประธาน หรือเนสฯ จนกระทั่งสามารถติดตามจับกุมคนร้ายได้ถึงห้องพัก ในคอนโด ย่าน ถ.กัลปพฤกษ์

จากการสอบสวนนายประธาน ให้การว่า ลงมือก่อเหตุจริง โดยหลังก่อเหตุได้ ทิ้งเสื้อผ้า หมวกนิรภัย และเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อนำเศษทองที่ได้มาไปขายที่ร้านรับซื้อเศษทองย่านวงเวียนใหญ่ ได้เงินมาประมาณ 39,000 บาท นำเงินไปใช้หนี้เพื่อนที่ยืมมา และใช้จ่ายส่วนตัว ตนเฝ้าสังเกตุเหยื่อรายนี้มานานแล้ว เมื่อสบโอกาสจึงตัดสินใจลงมือก่อเหตุ และอ้างว่าทำครั้งนี้เป็นครั้งแรก จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บางบอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป