“บัวตอง” ดอกไม้สีทองจากเม็กซิโก งามสะพรั่งทั่วไทย จากไม้ประดับสู่พืชรุกราน

601

หลายคนคุ้นตากับดอกเหลืองสดริมทางโดยไม่รู้ที่มา แท้จริง “บัวตอง” คือแขกจากเม็กซิโก ที่เดินทางข้ามทวีปมาปักหลักในผืนป่าไทย ด้วยความงามที่มาพร้อมพลังการเติบโตอันรวดเร็ว

เมื่อเอ่ยถึงดอกไม้สีเหลืองสดที่ขึ้นอยู่ทั่วไปตามริมถนน ข้างรั้ว หรือพื้นที่รกร้าง “บัวตอง” มักถูกมองว่าเป็นเพียงดอกไม้พื้นบ้านธรรมดา แต่ความจริงแล้ว ดอกไม้สีทองชนิดนี้มีถิ่นกำเนิดไกลถึงประเทศเม็กซิโก และได้เดินทางข้ามมหาสมุทรเข้ามาแพร่กระจายในประเทศไทยอย่างกว้างขวาง

บัวตองมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Tithonia diversifolia อยู่ในวงศ์ Asteraceae โดยชื่อสกุล “Tithonia” มีที่มาจาก “Tithonus” หนุ่มในเทพนิยายกรีก ผู้เป็นที่รักของเทพี Aurora เทพแห่งรุ่งอรุณ เปรียบเสมือนดอกบัวตองที่เบ่งบานรับแสงเช้า สื่อถึงความงดงามสดใสไม่รู้โรย

ลักษณะทั่วไปของบัวตองเป็นไม้ล้มลุกหรือไม้พุ่ม สูงได้ถึงราว 2.5 เมตร ลำต้นมีริ้วเด่น ใบเรียงเวียน รูปไข่หรือแกมใบหอก มักแยกเป็น 3–5 แฉก คล้ายฝ่ามือที่กางออก ผิวใบด้านบนมีขนคาย ส่วนด้านล่างมีขนนุ่มละเอียด

จุดเด่นที่สุดคือช่อดอกสีเหลืองสด เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 6–14 เซนติเมตร ลักษณะคล้ายทานตะวันขนาดย่อม กลีบดอกวงนอกเรียงสวยงาม 7–14 กลีบ โดยตรงกลางเป็นดอกสมบูรณ์เพศสีเหลืองอ่อนอัดแน่น สร้างภาพสะดุดตาเมื่อออกดอกพร้อมกันเป็นจำนวนมาก

เดิมที บัวตองถูกนำเข้ามาปลูกเป็นไม้ประดับในเอเชียเขตร้อน ด้วยข้อดีคือปลูกง่าย ทนแล้ง และเติบโตเร็ว แต่ด้วยความสามารถในการปรับตัวสูงและการแพร่กระจายพันธุ์ที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บัวตองแพร่ขยายอย่างรวดเร็วจนในหลายพื้นที่ถูกจัดให้เป็น “วัชพืช” ที่รุกล้ำระบบนิเวศท้องถิ่น

อย่างไรก็ตาม บัวตองไม่ได้มีเพียงด้านลบเท่านั้น ในภูมิปัญญาพื้นบ้าน บัวตองยังถูกนำมาใช้เป็นสมุนไพร เชื่อว่ามีสรรพคุณช่วยแก้ไข้มาลาเรีย และบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

นอกจากนี้ ในประเทศไทยยังพบทานตะวันในสกุลเดียวกันอีกหนึ่งชนิด คือ “ทานตะวันเม็กซิโก” ซึ่งมีดอกสีส้มขนาดใหญ่โดดเด่น ทั้งสองชนิดล้วนมีต้นกำเนิดจากทวีปอเมริกา และได้หยั่งรากสร้างถิ่นฐานใหม่ในผืนดินเอเชียอย่างถาวร