หน้าแรกกระบวนการยุติธรรมรวบ หนุ่มจีน ฟอกเงิน รับแลกเหรียญคริปโตเถื่อน เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

รวบ หนุ่มจีน ฟอกเงิน รับแลกเหรียญคริปโตเถื่อน เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 2568 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผบช.น. พล.ต.ต.เกียรติกุล สนธิเณร ผบก.น.2 พ.ต.อ.ศักดิ์สิทธิ์ มีสวัสดิ์ รอง ผบก.น.2 ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.อัครพล โทยะ ผกก.สส.บก.น.2 ชุดสืบสวนนครบาล 2 และชุดสืบสวนสน.สุทธิสาร ร่วมกันจับกุมนายเจิน จาง อายุ 38 ปี (MR.ZHEN ZHANG) สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 6349/2568 ลงวันที่ 31 ต.ค. 2568 ข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิด ฐานฟอกเงินและร่วมกันเงิน ร่วมกันประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับอนุญาต และ เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน จับกุมบริเวณ ลานจอดรถชั้น 5A ห้างแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 ถ.พระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2568 เวลาประมาณ 16.10 น. ที่ผ่านมา

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2568 เวลาประมาณ 12.00 น. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ MR.ZHEN ZHANG อายุ 38 ปี สัญชาติจีน ผู้ต้องหาตามหมายจับดังกล่าวจะมาปรากฏตัวที่ บริเวณ ลานจอดรถชั้น 5A ห้างแห่งหนึ่งย่านพระราม 9 จึงได้เดินทางไปติดตามตัว

ต่อมาเวลาประมาณ 16.10 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบชายรูปพรรณคล้าย MR.ZHEN ZHANG (ทราบชื่อภายหลัง) เดินเข้ามาบริเวณ ลานจอดรถดังกล่าวไปที่รถตู้โตโยต้า อัลพาด (TOYOTA ALPHARD) หมายเลขทะเบียน พบ 598 กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตัวเข้าจับกุม

จากการสอบถามทราบว่าบุคคลดังกล่าวทราบว่าชื่อ ว่า MR.ZHEN ZHANG ที่อยู่ Nimman 9 20 ถนนนิมมานเหมินทร์ ชอย 9 ต.สุเทพ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับให้ MR.ZHEN ZHANG ตรวจดู โดย MR.ZHEN ZHANG ยอมรับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา แจ้งสิทธิให้ผู้ถูกจับทราบ ผู้ถูกจับรับทราบข้อกล่าวหาและสิทธิดีแล้ว ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยผู้ถูกจับกุมไม่ประสงค์พบและปรึกษาทนายความ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งให้ น.ส.ชลธิชา นาดี ล่ามแปลภาษา เข้าร่วมการแจ้งการจับกุมในครั้งนี้

จากการตรวจสอบโทรศัพท์ของผู้ต้องหาที่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและการสอบถามผู้ต้องหา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบหลักฐานเป็นสลิปการโอนเงินจาก MR.ZHEN ZHANG ไปยัง MR. LI YONG จำนวนเงิน 46,000 บาท ซึ่งปรากฏในรูปถ่ายที่เจ้าหน้าที่ได้พิมพ์และให้ผู้ต้องหาเซ็นรับรองไว้ ผู้ต้องหาอ้างว่ามีความสัมพันธ์กันในลักษณะเป็น เพื่อนร่วมทำธุรกิจรับแลกเหรียญคริปโต

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบ สลิปการโอนเงินคริปโตเรซี่ ซึ่งเชื่อมโยงกับ กระเป๋าเงินดิจิทัล ที่ปรากฏในผลการสืบสวน และจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่าเป็นกระเป๋าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มรับแลกเหรียญคริปโตเถื่อนในคดีนี้อยู่แล้ว ต่อมา เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจค้นโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องหา พบว่ามีการใช้งาน แอปพลิเคชัน Telegram โดยชื่อกลุ่มหรือบัญชีที่ติดต่อกันนั้นขึ้นเป็น ภาษาจีน ซึ่งล่ามได้แปลความหมายว่า “บุคคลที่รับแลกเหรียญคริปโต” จากการสอบถามผู้ต้องหาผ่านล่าม ผู้ต้องหาให้การเพิ่มเติมว่า ตนไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และ ไม่มีใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย โดยเข้ามาอยู่ในประเทศด้วย หนังสือเดินทางประเภทนักศึกษา ซึ่งอ้างว่าจัดทำขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์

เมื่อสอบถามถึงพฤติการณ์การกระทำความผิด ผู้ต้องหายอมรับว่า มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับแลกเหรียญคริปโตจริง โดยทำหน้าที่แลกเหรียญกับกลุ่มคนไทย ซึ่งภายหลังทราบว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับเงินมาจากเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ผู้ต้องหา ให้การเพิ่มเติมว่า ตนเองไม่ได้ถือครองเหรียญคริปโตจำนวนมาก แต่มีเพื่อนชาวจีนชื่อ MR. LI YONG ซึ่งเป็นผู้ถือเหรียญในปริมาณมาก โดยตนไม่รู้จัก MR. LI YONG โดยตรง แต่รู้จักผ่านเพื่อนชาวจีนอีกคนหนึ่ง ซึ่งทราบว่าถูกจับกุมไปแล้วเมื่อประมาณหนึ่งปีก่อน MR. LI YONG จะเป็นผู้ติดต่อกับตนผ่านทาง แอปพลิเคชัน Telegram โดยทุกครั้งที่มีคนไทยต้องการแลกเหรียญคริปโต MR. LI YONG จะเป็นผู้ประสานงานและแจ้งให้คนไทยติดต่อกับตนโดยตรง

จากนั้นผู้ต้องหาจะเดินทางไปพบกับบุคคลดังกล่าวเพื่อรับเงิน ซึ่งอาจเป็น เงินสดหรือเงินโอนผ่านบัญชีธนาคาร หากได้รับเป็นเงินโอน ผู้ต้องหาจะโอนต่อให้ MR. LI YONG เพื่อให้โอนเหรียญไปยัง กระเป๋าคริปโต (wallet) ที่คนไทยระบุไว้ แต่หากได้รับเป็นเงินสด ผู้ต้องหาจะนำเงินสดไปฝากเข้าบัญชีธนาคารของตนเองแล้วโอนต่อให้ MR. LI YONG เช่นกัน

โดยผู้ต้องหา ระบุว่า ได้รับค่าตอบแทนแต่ไม่ขอบอกว่าได้เท่าใดจากนั้นได้สอบถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับ รถตู้โตโยต้า อัลพาด (TOYOTA ALPHARD) หมายเลขทะเบียน พบ 598 กทม. ผู้ถูกจับแจ้งว่าตนได้ครอบครองอยู่ โดยจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจยึดรถยนต์คันดังกล่าว เนื่องจากการตรวจสอบพบว่า ชื่อผู้ครอบครองรถไม่ตรงกับชื่อเจ้าของกรรมสิทธิ์ในเอกสารทะเบียนรถ และผู้ต้องหา ไม่สามารถแสดงหลักฐานการครอบครองที่มาชัดเจนได้ เจ้าหน้าที่จึงมีเหตุเชื่อว่า รถยนต์ดังกล่าว อาจเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด หรือถูกนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงิน จึงได้ดำเนินการตรวจยึดและส่งมอบให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว MR.ZHEN ZHANG นำส่งพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

RELATED ARTICLES
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img
- Advertisment -spot_img