“ฮาร์ท สุทธิพงษ์” เล่าเหตุการณ์ตำรวจขอซื้อสินค้าคืน 240 บาท เปิดเบื้องหลังปฏิบัติการล่ามิจฉาชีพออนไลน์​ !!

892

นักร้องดัง “ฮาร์ท สุทธิพงษ์” เล่าเหตุการณ์สุดงง หลังภรรยาสั่งชุดนอน 240 บาทออนไลน์แต่ได้ของไม่ตรง จู่ๆ มีตำรวจขอซื้อสินค้าคืนถึงบ้าน ก่อนเฉลยเบื้องหลังคือแผนล่าขบวนการหลอกขายสินค้าออนไลน์รายใหญ่ที่มีเหยื่อไม่ต่ำกว่าหลายหมื่นราย มูลค่าความเสียหายรวมหลักล้านบาท

ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์รายงานว่า นายสุทธิพงษ์ ทัศน์พิทักษ์กุล หรือ “ฮาร์ท” นักร้องชื่อดัง โพสต์เล่าเหตุการณ์ผ่านช่อง YouTube ส่วนตัว ในคลิปชื่อ “เมื่อผมเข้าพบตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.)” เปิดเผยถึงเหตุการณ์สุดประหลาดที่เกิดขึ้นกับตนและภรรยา หลังจากสั่งซื้อชุดนอนออนไลน์ราคาเพียง 240 บาท

ฮาร์ทเล่าว่า ภรรยาได้สั่งซื้อสินค้าผ่านเพจออนไลน์แห่งหนึ่ง แต่เมื่อของมาส่งกลับไม่ตรงตามที่สั่ง ภรรยาจึงมอบให้คนรับใช้ในบ้านโดยไม่ได้ติดใจอะไร คิดเพียงว่า “แค่ของไม่ตรง” และไม่ต้องการเอาเรื่อง

แต่ผ่านไปไม่ถึง 3 วัน กลับมีชายแปลกหน้าโทรมาขอ “ซื้อสินค้าคืน” ถึงบ้าน โดยอ้างว่าจะนำไปตรวจสอบและข้อมูลของภรรยาและขอนำเงิน 240 บาทมาคืนให้ถึงที่ เมื่อถึงเวลานัดหมายช่วงเย็นวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ปรากฏว่าชายทั้งสามที่มาถึงบ้านนั้น เป็น “เจ้าหน้าที่ตำรวจจริง” และมากับรถตำรวจ

ฮาร์ทเปิดเผยว่า ตอนนั้นรู้สึกแปลกใจมาก เพราะไม่คิดว่าตำรวจจะมาตามเรื่องสินค้าราคาไม่กี่ร้อยบาท แต่เมื่อได้พูดคุย เจ้าหน้าที่แจ้งว่าเป็นตำรวจจาก กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยมีภารกิจติดตามขบวนการมิจฉาชีพที่หลอกขายสินค้าออนไลน์ปลอมมานาน

ต่อมา ฮาร์ทได้เดินทางไปพบเจ้าหน้าที่ตำรวจคุ้มครองผู้บริโภค (ปคบ.) ตามนัด และได้พบกับผู้บังคับบัญชาระดับสูงหลายราย ทั้งผู้กำกับการและพนักงานสอบสวนกว่า 4-5 นาย ซึ่งได้อธิบายว่า “กรณีของภรรยาฮาร์ท” เป็นหนึ่งในคดีที่ตำรวจติดตามมานาน เนื่องจากมีประชาชนจำนวนมากถูกหลอกในลักษณะเดียวกัน

เจ้าหน้าที่เปิดเผยว่า เพจขายสินค้าลักษณะนี้มีไม่น้อยกว่า 4-5 เพจ และมีแนวโน้มจะขยายเพิ่มขึ้นอีก โดยเพียงเพจเดียวมีผู้ตกเป็นเหยื่อ ไม่ต่ำกว่า 10,000 ราย รวมความเสียหายรวมกันนับล้านบาท

ตำรวจอธิบายเพิ่มเติมว่า การมาขอซื้อสินค้าคืน 240 บาท เป็น “กลยุทธ์ใหม่” ของเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างความไว้วางใจจากผู้เสียหายและเชิญชวนให้เข้ามาให้ปากคำ เพราะที่ผ่านมาเมื่อเปิดเผยตัวว่าเป็นตำรวจ มักไม่มีใครยอมคุยหรือให้ข้อมูล จึงต้องจำลองสถานการณ์ขอคืนสินค้า เพื่อให้ผู้เสียหายร่วมเป็นเจ้าทุกข์ตามขั้นตอนกฎหมาย ซึ่งจะทำให้สามารถเอาผิดแก๊งมิจฉาชีพได้อย่างสมบูรณ์

ฮาร์ทกล่าวต่อว่า หลังได้ฟังคำอธิบายของตำรวจ ทำให้ตนเปลี่ยนมุมมองที่เคยมีต่อเจ้าหน้าที่ เพราะเคยมีประสบการณ์ไม่ดีในอดีต แต่ครั้งนี้กลับได้เห็นอีกด้านของตำรวจไทยที่ทุ่มเทจริงจัง พร้อมยกคำพูดของ พลตำรวจเอก เผ่าศรียานนท์ อดีตอธิบดีกรมตำรวจ ที่ว่า

“ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ ไม่มีสิ่งใดที่ตำรวจไทยทำไม่ได้…”

พร้อมทั้งกล่าวชื่นชมเจ้าหน้าที่ ปคบ. ว่าเป็นทีมเดียวกับที่เคยปิดคดีใหญ่ The Icon Group และคดี “ชาคริต แย้มนาม” ที่ถูกสวมรอยขายทุเรียนปลอม จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้หลายราย

ฮาร์ทยังเผยว่า ตนและภรรยาพร้อมให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยนำมิจฉาชีพตัวจริงเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และจะช่วยเป็น “กระบอกเสียง” ให้ประชาชนรู้ว่าควรร่วมมือกับตำรวจในการปราบปรามกลุ่มหลอกขายสินค้าออนไลน์ก่อนจบคลิป ฮาร์ทได้เล่นเพลง “มาร์ชตำรวจ” เป็นการให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ พร้อมกล่าวทิ้งท้ายว่า

“ตำรวจดีก็มี คนดีก็มีในทุกวงการ… แค่เราต้องกล้าเปิดใจและร่วมมือกัน”

สำหรับเหตุการณ์เล็กๆ จากสินค้าราคาเพียง 240 บาท กลับกลายเป็นจุดเชื่อมโยงสู่ปฏิบัติการใหญ่ของตำรวจ ปคบ. ในการตามล่าเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ที่หลอกขายสินค้าให้ประชาชนทั่วประเทศนับหมื่นราย ซึ่งกรณีนี้ไม่เพียงเผยให้เห็นกลยุทธ์การสืบสวนเชิงรุกของตำรวจ แต่ยังสะท้อนให้เห็น “อีกมุมหนึ่งของตำรวจไทย” ที่ทุ่มเทเพื่อปกป้องผู้บริโภคอย่างแท้จริง