อนาคตการเมืองไทย ส้มฆ่าตัวตายเอง น้ำเงินเข้ม ยิ่งใหญ่กินรวบประเทศ?

740

ลองทำดู หนูทำได้! ภายหลังจาก “นายอนุทิน ชาญวีรกุล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้รับเสียงสนับสนุนจากสภาผู้แทนราษฎรทะลุ 311 เสียง เป็น “นายกรัฐมนตรีคนที่ 32” พร้อมเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลทันที ซึ่งในความจริงอย่างที่ทราบๆ กันดีว่า เขาจัดเสร็จกันไปนานแล้ว ตั้งแต่ก่อนคำพิพากษาประหารชีวิตทางการเมืองของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จะเกิดขึ้น และทุกคนลงความเห็นพร้อมกันว่า เป็นการปิดฉากพรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคใหญ่ไปแล้วเรียบร้อย

สำหรับการจัดตั้งรัฐบาล ที่อ้างว่าเป็น “เสียงข้างน้อย” แต่สามารถดูดเสียง ส.ส. จากหลายพรรคมาได้จำนวนมาก มี ส.ส. จำนวนมากที่แหกมติพรรคของตัวเองอย่างภาคภูมิ และต้องยอมรับว่าเรื่องนี้ถ้าพิจารณากันให้ดีๆ “นายกฯ หนู” มีการเตรียมการมาอย่างดีพอสมควรแล้ว จะเห็นโมเมนต์นายอนุทินขยับตลอด ว่าไปกินข้าวพบกับนายทุนพลังงาน ไปพบกับอดีต ส.ส. อดีตรองนายกฯ อดีตรัฐมนตรี ไปพบกับบ้านใหญ่บ้านเล็กบ้านน้อย ไปพบกับ พล.อ.ประวิตร ไปพบปะกับหัวหน้าพรรคต่างๆ อันเหมือนเป็นสัญญาใจ และต้องการสื่อให้เห็นถึง “ความแน่นแฟ้น” ทางความสัมพันธ์ที่สำคัญ คำถามที่เราต้องตั้งร่วมกันคือ การดีลกับพรรคสีส้มหรือพรรคประชาชน

โดยได้เสียงสนับสนุนอย่างเต็มที่ ไม่มีแตกแถว! มันเกิดขึ้นได้อย่างไร? นี่คือคำถามที่สำคัญมาก เนื่องจากตลอดเวลาหลายปีมานี้ เราจะเห็นว่าตั้งแต่การโหวตเลือกนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ภายหลังจากการเลือกตั้ง 2566 พรรคภูมิใจไทยมีหลากหลายคนนำโดยตั้งแต่นายอนุทินที่ประกาศชัดว่า ถ้ามีพรรคที่แก้ 112 จะไม่ร่วมรัฐบาลด้วยเด็ดขาด หรือกระทั่ง ส.ส. ชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่อภิปรายด่าพรรคคนรุ่นใหม่อย่างสาดเสียเทเสียในสภาผู้แทนราษฎร ในที่อภิปรายโหวตเรื่องนายกครั้งแรก ก่อนจะเกิดเหตุการณ์ช็อกคนทั้งประเทศ ความที่พรรคเพื่อไทยข้ามขั้ว ดึงพรรคที่ทำรัฐประหารตัวเองกลับมาตั้งรัฐบาล ร่วมกันแบ่งเก้าอี้จัดสรรกันลงตัว โดดเดี่ยวพรรคก้าวไกลให้กลายเป็นพรรคฝ่ายค้านกับพรรคเล็กๆ อีกไม่กี่เสียง ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับตาลปัตร

ตอนนี้เกิดการโดดเดี่ยวพรรคเพื่อไทย! แม้จะมีเสียงสนับสนุนจากพรรคชาติไทยพัฒนาและพรรคประชาชาติ แต่ถือว่าเป็นเสียงส่วนน้อยมาก แล้วจะเห็นได้จากตัวเลข ว่าพรรคเพื่อไทยมีงูเห่าในพรรคตัวเองเป็น 10 ตัว และยังไม่รู้ว่าในอนาคตจะมีใครแสดงตนหรือไม่ เพราะหลังจากที่ผู้นำจิตวิญญาณของนายทักษิณ ชินวัตร ได้บินด่วนออกนอกประเทศ ทุกคนคิดว่าจะหนี ก่อนที่จะเข้ามารับโทษ รับคำตัดสินจำคุกโดยการบังคับโทษจากกรณีชั้น 14 ดังนั้น 9 กันยายน 2568 จึงเป็นวันแห่งการเริ่มต้นรัฐบาลใหม่ และเป็นวันแห่งการปิดฉากอวสานชินวัตรไปในตัว

กลับไปที่คำถามคาใจว่า “ปลาคนละน้ำ” อย่างสีส้มกับ “น้ำเงิน” สามารถดึงพลังเสียงสนับสนุนจาก ส.ส. รุ่นใหม่มาได้อย่างไร? ทั้งที่อนุทินกับส้มน้ำเงินกับส้มนั้นแทบจะเป็นคู่ขัดแย้ง คนละดีเอ็นเอ คนละแบบ ทุกจุดยืนแทบจะไม่มีจุดร่วมใดๆ หลายคนจึงตั้งคำถามไปว่าให้จับตาดูอนาคตการดำเนินคดี 44 ส.ส. จะเป็นเช่นไร จะลงเอยอย่างไร โดยที่ต้องไม่ลืมว่ากลไกของค่ายสีน้ำเงินตอนนี้ไม่ได้ครอบงำแค่เสียง ส.ส. อีกต่อไป ไม่ได้ครอบงำแค่อำนาจนิติบัญญัติที่มี ส.ว. เกือบยกสภา และตอนนี้อำนาจบริหาร ซึ่งจะลามไปถึง “อำนาจตุลาการ” ด้วยหรือไม่? เพราะว่า ส.ว. ในมือตัวเองที่มีทะลุ 90% ของสภาสูง สามารถกดปุ่มซ้ายหันขวาหัน กดใครตั้งใครได้หมด

ยกตัวอย่าง เราเห็นปรากฏการณ์ที่ ส.ว. ไม่ได้ตั้งนักกฎหมาย นักรัฐศาสตร์ มาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แต่ไปตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวะ อดีตอธิบดีกรมทางหลวง ในสมัยที่พรรคภูมิใจไทยควบคุมกระทรวงคมนาคม ได้เข้ามาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ที่ต้องชี้ขาดอนาคตประเทศ และต้องหาข้อยุติทั้งข้อกฎหมายทางการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่กลับได้ผู้เชี่ยวชาญด้านถนนหนทาง มาควบคุมตัว หลายส่วนคาดการณ์กันว่าอาจจะมาทำทางให้สวยงาม หมายถึงทางในทางการเมือง ไม่ใช่ทางที่เป็นถนนเชิงรูปธรรม ดังนั้น ชะตากรรมของสีน้ำเงินในวันนี้ถือว่าพ้นบ่วงกรรมทุกอย่างแล้ว เฮดกระโดง ฮั้ว ส.ว. การกระทำใดๆ จงลืมไปซะ ไม่มีวันทำอะไรได้ เขาคุมประเทศนี้ไว้หมดแล้ว!

ในขณะที่ให้สีส้มจะได้รับอานิสงส์อะไรจากเกมนี้ ที่อ้างว่าตัวเองเหมือนจะเป็นคนคุมเกม กับตัวเองมีเสียง ส.ส. มากที่สุดในสภา แต่แล้วจะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือสีน้ำเงินหรือไม่? หรือโง่ ไร้เดียงสา ตายคามือเขา หรือจะเป็นอย่างที่หลายคนมองว่า อาจจะต้องมีดีล หรือคุยมีข้อตกลงกันบางส่วนหลังบ้าน ไม่งั้นปลาคนละน้ำไม่สามารถที่จะมารวมในบ่อเดียวกัน ยกมือให้กันได้ขนาดนี้ โดยที่อ้างว่าตัวเองไม่ได้มีอำนาจบริหาร อ้างว่าตัวเองมีอำนาจฝ่ายค้าน อ้างว่าตัวเองสามารถอธิบายและถอดถอนได้ทันที แต่เกมนี้มันดูอ่อนหัดไป ถ้าไม่มีอะไรเบื้องหลัง ดังนั้น คนที่อยู่หลังฉากของเกมนี้ฉลาดมาก ทำลายแดง ทลายส้ม ยิงปืนนัดเดียวนกตายเพียบ!

การเลือกตั้งถ้าเกิดขึ้นจริงตามสัญญาที่เซ็นกันไว้ระหว่างสองพรรค คนที่อ้างตัวเองมีอุดมการณ์ ไม่สามารถจับกับลุงนั้นส่วนนี้ได้ ไม่สามารถยกมือให้ใครได้ แต่สุดท้ายทำได้ทุกอย่าง ทำลายทุกข้อจำกัด กลายเป็นการเมืองแบบเก่าๆ เหมือนเดิม แค่เปลี่ยนคนเล่น นักแสดงหน้าใหม่ มีพระเอกซีรีส์หน้าใหม่ แต่ผู้กำกับคนเดิม บทเรื่องเดิม และจะกลับมาโกงกินหรืออ้างทำเพื่อประโยชน์ตัวเองโดยอ้างอะไรแบบเดิมๆ ที่มีมาในอดีตหรือไม่ แต่ทุกวันนี้สบายใจได้เลยว่า “ส้ม” คงไม่มีทางทำอะไรได้ การทำลายโครงสร้างพับไปเลย เพราะตอนนี้กลายเป็นเด็กดี ว่านอนสอนง่าย ตายไปแล้ว!