“รัศม์” บรีฟ เหตุเขมรใช้ทุ่นระเบิด ให้คณะทูตภาคีออตตาวา ก่อนพาลงพื้นที่ดูผลกระทบพรุ่งนี้ – เสียใจกัมพูชาไม่รับข้อเสนอเก็บกู้ ในวง GBC

827

กรุงเทพฯ, วันที่ 15 ส.ค. – นายรัศม์ ชาลีจันทร์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ บรรยายสรุป เกี่ยวกับเหตุการณ์การใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลของกัมพูชา ต่อเอกอัครราชทูต อุปทูตรักษาการชั่วคราว ผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต ผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร และองค์การระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มรัฐภาคีอนุสัญญาออตตาวา รวม 67 คน จาก 41 ประเทศ โดยย้ำว่า ไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ไม่ใช่เพียงเพราะประเด็นด้านความมั่นคง แต่ยังเป็นประเด็นด้านมนุษยธรรมที่ต้องให้ความสำคัญและดำเนินการด้วยความเร่งด่วนที่สุด เพราะชายแดนไทย–กัมพูชา เป็นพื้นที่เดียวที่ยังคงได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดดังกล่าว และประเทศไทยได้ยื่นข้อเสนอให้กัมพูชาดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมตามแนวชายแดน ในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (Extraordinary General Border Committee หรือ GBC ไทย-กัมพูชา) สมัยวิสามัญ ระหว่างวันที่ 4–7 สิงหาคม 2568 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์

นายรัศม์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามกัมพูชาไม่ได้ยอมรับต่อข้อเสนอดังกล่าว แม้จะมีผลลัพธ์เชิงบวกจาการประชุมดังกล่าวในการหยุดหยิงอย่างเคร่งครัด งดการเสริมกำลังและงดเว้นการกระทำใด ๆ ที่เป็นการยั่วยุ รวมถึงการปฏิบัติการทางทหารและการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือน ตลอดจนปฏิบัติตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด แต่ประเทศไทยมีความเสียใจที่กัมพูชา ไม่ได้ยอมรับข้อเสนอของไทย ในการบรรจุประเด็นการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม และการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ เป็นหนึ่งใน ผลลัพธ์หลักของการประชุม GBC

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า เพื่อเป็นการขยายผลจากการบรรยายสรุปในวันนี้ กต. จึงเชิญผู้แทนจากสถานเอกอัครราชทูต เข้าร่วมการเยี่ยมพื้นที่ในวันพรุ่งนี้ (16 ส.ค.) เพื่อสังเกตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากทุ่นระเบิดสังหารบุคคลซึ่งเพิ่งถูกฝังโดยฝ่ายกัมพูชาโดยจะไปเยี่ยมชมหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในจังหวัดศรีสะเกษ และพื้นที่ภูมิประเทศที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งจะมีโอกาสเห็นด้วยตนเอง ถึงผลกระทบด้านมนุษยธรรมของทุ่นระเบิดต่อชุมชนในพื้นที่ จากนั้นจะเยี่ยมชมบ้านหนองเม็ก อำเภอกันทรลักษ์ ซึ่งบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีด้วยอาวุธโดยกัมพูชา

นายรัศม์ ยังหวังว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้จะช่วยให้ได้เห็นข้อเท็จจริง และตระหนักถึงผลกระทบด้านมนุษยธรรมของทุ่นระเบิด ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างไม่เลือกเป้าหมายและไร้มนุษยธรรม และความร่วมมือจากทุกฝ่าย ทั้งประเทศผู้ให้ความช่วยเหลือและประเทศที่ได้รับผลกระทบ มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลดภัยคุกคามจากทุ่นระเบิด การคุ้มครองความปลอดภัยของชุมชนที่ได้รับผลกระทบ และการสร้างโอกาสเพื่อความปลอดภัย ความเป็นอยู่ที่ดี และการพัฒนาของประชาชนในพื้นที่

ทั้งนี้ ผู้ช่วย รมต.กต. ยังได้ย้ำถึงผลการประชุม GBC ที่ผ่านมาที่ ทั้งไทย-กัมพูชาเห็นพ้องที่จะปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง และยังเห็นพ้องที่จะจัดตั้ง “คณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว” (Interim Observer Team – IOT) ประกอบด้วยผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารของประเทศสมาชิกอาเซียนที่ประจำอยู่ ณ กัมพูชา และประเทศไทย ซึ่งจะถูกจัดตั้งแยก และปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นอิสระในแต่ละประเทศ เพื่อสังเกตการณ์การปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างสม่ำเสมอ ไม่ข้ามแดน และจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค (Regional Border Committee – RBC) และ GBC ของแต่ละประเทศ และทั้ง 2 ฝ่ายยังเห็นพ้องที่จะรักษาช่องทางการสื่อสาร และใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ทุกช่องทางเพื่อป้องกันมิให้เหตุการณ์ใด ๆ บานปลาย รวมทั้งจะจัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนภูมิภาค หรือ RBC ซึ่งเริ่มต้นในวันนี้