ตร.ไซเบอร์จับรวดเดียว! ลุยจับลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า-หนุ่มโพสต์ปืน-แก๊งตุ๋นออนไลน์ เสียหายนับสิบล้าน

640

ตร.ไซเบอร์ตามสืบเพจลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า ยึดพัสดุตีกลับปริศนาคาคอนโดหรูเพียบ เปิดกล่องผงะ เจอของกลางอื้อ พร้อมจับกุมหนุ่มโพสต์อวดอาวุธปืน และเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

ตามนโยบายรัฐบาลได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. พล.ต.อ.ประจวบ วงศ์สุข รอง ผบ.ตร. ในฐานะ ผอ.ศปปง.ตร. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. ในฐานะ ผอ.ศปอส./ผอ.ศตคม.ตร. และ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าว

วันพฤหัสบดีที่ 15 ก.ค.68 เวลา 13.30 น. ณ บริเวณชั้น 1 บก.สอท.2 นำโดย พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท.,พล.ต.ต.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ทินกร รังมาตย์รอง ผบช.สอท. และ พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์ตามสืบเพจลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า ยึดพัสดุตีกลับปริศนาคาคอนโดหรูเพียบ เปิดกล่องผงะ เจอของกลางอื้อ พร้อมจับกุมหนุ่มโพสต์อวดอาวุธปืน และเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์

สืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดเร่งปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จนนำมาสู่ผลการปฏิบัติดังนี้

1. จับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า (ตรวจยึดของกลาง)

    – ตามสืบเพจลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า ยึดพัสดุตีกลับปริศนาคาคอนโดหรูเพียบ เปิดกล่องผงะ เจอของกลางอื้อ มูลค่ากว่า 30,000 บาท

2. จับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนออนไลน์ จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 1 ราย

– รวบหนุ่มนครโพสต์ลูกซองสั้นอวดโซเชียล จำนวน 1 ราย

3. จับกุมเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ จับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 4 ราย

    – รวบเครือข่ายหลอกลงทุนอสังหา พบเชื่อมโยงคดีอื่นรวมเสียหายกว่า 9 ล้าน จำนวน 1 ราย

– รวบเครือข่ายอ้างเป็นทนายฮ่องกง หลอกซ้ำเหยื่อออนไลน์เสียหายกว่า 5.3 ล้าน จำนวน 1 ราย

– รวบเครือข่ายหลอกลงทุนทองอ้าง “ออโรร่า” เสียหายกว่า 5 แสนบาท จำนวน 1 ราย

– รวบเครือข่ายหลอกหารายได้พิเศษ โอนเงินเสียหายกว่า 1.6 ล้าน จำนวน 1 ราย

จับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า ปฏิบัติการที่ 1 :  กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.1 ตามสืบเพจลอบขายบุหรี่ไฟฟ้า ยึดพัสดุตีกลับปริศนาคาคอนโดหรูเพียบ เปิดกล่องผงะ เจอของกลางอื้อ

                     สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.๑ ได้สืบสวนพบเฟซบุ๊กเพจบัญชีหนึ่งได้โพสต์ประกาศจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าทางออนไลน์อย่างเปิดเผย ท่ามกลางการเร่งระดมกวาดล้างปราบปรามของรัฐบาล โดยหากมีลูกค้าสั่งซื้อ ทางเพจจะจัดส่งพัสดุไปให้ถึงบ้าน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สืบสวนกรณีดังกล่าว โดยพบว่าทางเพจขายในราคาประมาณ 360 บาทต่อชิ้น และสามารถสืบสวนไปยังต้นทางในการจัดส่งพัสดุ พบว่าเป็นคอนโดหรูแห่งหนึ่งในซอยลาดพร้าว 101 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กทม. เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ลงพื้นที่สืบสวน

ต่อมา ร.ต.อ. ฤทธิไกร ขุนท้าวเทียม รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 ได้นำกำลังลงพื้นที่ไปยังคอนโดดังกล่าว จากการสืบสวนข้อมูลพบว่า หากเพจดังกล่าวจัดส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าไม่สำเร็จ พัสดุจะถูกตีกลับมายังคอนโดดังกล่าว ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ ได้รับข้อมูลสำคัญจากฝ่ายนิติของคอนโดว่า ได้มีพัสดุปริศนาถูกตีกลับมายังคอนโดจำนวนหลายครั้ง ครั้งละประมาณ 10-15 กล่อง และทางนิติไม่สามารถติดต่อกับเจ้าของพัสดุได้ทำให้มีกล่องพัสดุรวมอยู่เป็นจำนวนมาก จึงกลัวว่าอาจเป็นวัตถุอันตรายจากผู้ไม่หวังดี

ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบบนหน้ากล่องพัสดุ พบว่ามีข้อมูลบนหน้ากล่องตรงกับข้อมูลที่ได้สืบสวนมาก่อนหน้านี้ จึงเชื่อว่าภายในเป็นบุหรี่ไฟฟ้า จากนั้นได้ร่วมกันเปิดกล่องตรวจสอบพัสดุต้องสงสัยทุกกล่อง โดยมีฝ่ายนิติของคอนโดร่วมเป็นพยาน จากการตรวจสอบพบว่า ทุกกล่องล้วนบรรจุบุหรี่ไฟฟ้า และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า รวมแล้วเป็นจำนวนมาก ประเมินมูลค่าเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 30,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำบันทึกตรวจยึดของกลางทั้งหมด นำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเร่งขยายผลไปยังผู้เกี่ยวข้องกับของกลางดังกล่าว เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับอาวุธปืนออนไลน์ ปฏิบัติการที่ 2 : กก.4 บก.สอท.5 ตามรวบหนุ่มนครโพสต์ลูกซองสั้นอวดโซเชียล

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.สอท.5 ได้ตรวจสอบพบบัญชีโซเชียลรายหนึ่ง ได้โพสต์ภาพอาวุธปืนลูกซองสั้นจึงได้ทำการสืบสวน กระทั่งพบหลักฐานน่าเชื่อว่า ผู้โพสต์คือ นายปณวัฒน์ อายุ 25 ปี ชาวนครศรีธรรมราช จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญาธนบุรี

ต่อมา พ.ต.ท.คมสัน สมอ่อน สว.กก.4 บก.สอท.5 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัดพร้อมหมายค้นที่ 380/2568 ลงวันที่ 14 ก.ค. 68 เข้าตรวจค้นให้ค้นบ้านหลังหนึ่งย่านถนนพระราม 2 ซอย 29 (พุทธบูชา ซ.1) แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. จากการเข้าตรวจค้น พบตัวนายปณวัฒน์ กำลังเก็บของใช้ภายในบ้านเนื่องจากเพิ่งย้ายไปเช่าห้องแห่งใหม่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้สอบถามจนเจ้าตัวยอมเปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งเอาอาวุธปืนไปเก็บที่ห้องใหม่แล้ว จากนั้นจึงนำเจ้าหน้าที่ตำรวจไปยังห้องเช่าใหม่ของตน ในซอยเคหะชุมชนธนบุรี 2 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ตรวจค้น พบอาวุธปืนพกสั้นลูกซองหักลำไทยประดิษฐ์  ใช้ยิงกับกระสุนปืนลูกซองขนาดเบอร์ 12 ไม่มียี่ห้อผู้ผลิต  ไม่มีเลขประจำปืน จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนขนาดเบอร์ 12 จำนวน 5 นัด, เอกสารสำคัญต่างๆ และหลักฐานอื่นๆ

เจ้าหน้าที่ตำรวจจจึงจับกุมดำเนินคดีความผิดฐาน “มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากนายทะเบียน” เจ้าตัวรับสารภาพ จึงนำตัวพร้อมของกลางส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย

จับกุมเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ ปฏิบัติการที่ 3 : กก.3 บก.สอท.1 รวบเครือข่ายหลอกลงทุนอสังหา พบเชื่อมโยงคดีอื่นรวมเสียหายกว่า 9 ล้าน

สืบเนื่องจาก ผู้เสียหายได้ใช้งานแอปพลิเคชัน Facebook แล้วได้พบโพสต์ชักชวนลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงลงทุนไป จำนวน 1,130,000 บาท แต่สุดท้ายไม่ได้รับผลตอบแทนจริง หลังพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการได้หลายราย พ.ต.ท.วัฒนชัย ธนกวินวงศ์ สว.ฯ ปรก.กก.3 บก.สอท.1 ได้นำหมายจับศาลอาญา ที่ 3716/2568 ลงวันที่ 20 มิ.ย.68 เข้าจับกุม นางเพ็ญศรี อายุ 38 ปี ในข้อหา “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นคนอื่น, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้ใดผู้หนึ่ง หรือเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่า จะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด”

นอกจากนี้ จากข้อมูลการสืบสวนยังพบอีกว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าว มีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับคดีหลอกลวงอื่นๆ อีกถึงจำนวน 18 เคสไอดี รวมมูลค่าความเสียหาย ทั้งสิ้น 9,055,193 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะขยายผลสืบสวนในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

ปฏิบัติการที่ 4 : กก.3 บก.สอท.1 รวบเครือข่ายอ้างเป็นทนายฮ่องกง หลอกซ้ำเหยื่อออนไลน์เสียหายกว่า 5.3 ล้าน

สืบเนื่องจากผู้เสียหาย ผู้เสียหายได้ถูกมิจฉาชีพหลอกลวงทางออนไลน์มาก่อน ต่อมาได้ค้นหาผู้ช่วยเหลือในโซเชียลจึงได้พบกับคนร้ายที่แอบอ้างว่าตนเป็นทีมทนายความจากประเทศฮ่องกง ประสงค์จะช่วยเหลือผู้เสียหาย จากนั้นได้หลอกลวงให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าดำเนินการต่างๆ ในการฟ้องร้องคดี สุดท้ายผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปหลายครั้งรวมทั้งสิ้นจำนวน 5,348,900 บาท

หลังพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการได้หลายราย พ.ต.ท.วัฒนชัย ธนกวินวงศ์ สว.ฯ ปรก.กก.3 บก.สอท.1 ได้นำหมายจับศาลอาญา ที่ 2606/2567 ลงวันที่ 6 มิ.ย.67 เข้าจับกุม นางสาวจิหฑา อายุ 28 ปี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ,ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และเป็นผู้เปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตน หรือเพื่อกิจการที่ตนเกี่ยวข้อง โดยประการที่รู้หรือควรจะรู้ว่าจะนำไปใช่ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด” เบื้องต้น พบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวทำหน้าที่ บัญชีม้า และพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงไปยังคดีออื่นอีก 10 เคสไอดีรวมความเสียหายกว่า 5,348,900 บาท

ปฏิบัติการที่ 5 : กก.3 บก.สอท.1 รวบเครือข่ายหลอกลงทุนทองอ้าง “ออโรร่า” เสียหายกว่า 5 แสนบาท

สืบเนื่องจากผู้เสียหายพบโพสต์ชักชวนลงทุนซื้อขายทองคำบนแอปพลิเคชัน Facebook โดยใช้ชื่อว่า “ออโรร่า” ต่อมาผู้เสียหายสนใจและได้ร่วมลงทุนผ่านทางเว็บไซต์ และโอนเงินเพื่อร่วมลงทุนไป 6 ครั้ง เป็นจำนวนทั้งสิ้น 503,622 บาท ภายหลังกลับไม่ได้รับผลตอบแทนจริง

หลังพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับผู้ต้องหาในขบวนการได้หลายราย พ.ต.ท.วัฒนชัย ธนกวินวงศ์ สว.ฯ ปรก.กก.3 บก.สอท.1 ได้นำหมายจับศาลอาญาธนบุรี ที่ 573/2568 ลงวันที่ 4 มิถุนายน 2568 เข้าจับกุม นางสาวนภาภรณ์ อายุ 27 ปี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น และ ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ปฏิบัติการที่ 6 : กก.1 บก.สอท.5 รวบเครือข่ายหลอกหารายได้พิเศษ โอนเงินเสียหายกว่า 1.6 ล้าน

สืบเนื่องจากผู้เสียหายรายหนึ่งอยากหารายได้เสริม จึงหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต กระทั่งพบเฟซบุ๊กปลอมของคนร้ายหลอกชักชวนให้ทำงานพิเศษ จากนั้นจึงได้แอดไลน์แล้วคุยกับคนร้ายที่อ้างตัวเป็นแอดมิน แล้วหลอกให้โอนเงินเพื่อรอรับรายได้ จึงโอนเงินให้คนร้าย 16 ครั้ง ผ่านบัญชีม้า 6 บัญชี รวมมูลค่าเป็นจำนวนเงิน 1,697,900 บาท

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.5 ได้นำหมายจับศาลอาญา ที่ 3887/2566 ลง 9 พ.ย.66 เข้าจับกุม
นายอมรเทพ อายุ 22 ปี ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นคนอื่น ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวงนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน” โดยจับกุมได้ที่ หน้าอู่แห่งหนึ่ง ในอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าได้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารและได้มอบบัญชีธนาคารให้ผู้อื่นนำไปใช้ก่อเหตุในคดีนี้ จึงนำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป