บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (InnovestX) เรือธงด้านการลงทุนภายใต้กลุ่มเอสซีบีเอกซ์ (SCBX Group) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการลงทุนในตลาดต่างประเทศ ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์การลงทุนที่ตอบโจทย์ทุกสภาวะตลาด (All Weather Products) ล่าสุดเปิดตัวผลิตภัณฑ์ลงทุน “US Options” — สัญญาสิทธิล่วงหน้าในการซื้อหรือขายหุ้นหรือ ETF ชั้นนำในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เพิ่มทางเลือกการลงทุนที่ยืดหยุ่น ช่วยสร้างโอกาสทำกำไรทั้งในภาวะตลาดขาขึ้นและขาลง โดยไม่ต้องถือครองหุ้นต้นทางทันที พร้อมบริหารความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนในหุ้นสหรัฐฯ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางความผันผวนที่ยังคงอยู่ในเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เริ่มเปราะบาง นักลงทุนสามารถเริ่มลงทุนใน US Options ได้แล้ววันนี้ผ่านแอปพลิเคชัน InnovestX และเว็บไซต์ InnovestXWebTrade พร้อมกันนี้ InnovestX ยังได้จัดเตรียมความรู้เพื่อสอนการลงทุน US Options ตั้งแต่เริ่มต้น ให้กับนักลงทุนที่ต้องการใช้ประโยชน์จากเครื่องมือทางการเงินระดับสากลนี้อย่างมั่นใจ สามารถติดตามได้ผ่านYouTube @InnovestX
นายพยนต์ พงศาวรี Chief Investment Officer บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด กล่าวว่า “InnovestX มุ่งยกระดับประสบการณ์ของนักลงทุนไทยให้สามารถรับมือกับความผันผวนในทุกสถานการณ์ ผ่านผลิตภัณฑ์ที่ครบ ออกแบบมาให้ตอบโจทย์ทุกสภาวะตลาด (All Weather Products) และเครื่องมือทางการเงินที่ช่วยให้สามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเปิดรับโอกาสการเติบโตในหลากหลายมิติ หนึ่งในเครื่องมือสำคัญล่าสุดคือ US Options ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการป้องกันความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนได้แม้ในสภาวะตลาดที่ไม่แน่นอน
ปัจจุบัน ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังคงเผชิญความไม่แน่นอนสูง แม้จะมีการเลื่อนเก็บภาษีนำเข้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน แต่ยังคงเป็นเพียงมาตรการชั่วคราวภายใต้กรอบเวลา 90 วัน โดยหากการเจรจาในเดือน ก.ค.-ส.ค. ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ชัดเจนได้ อาจทำให้เกิดแรงกดดันอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงด้านการคลัง จากการปรับลดอันดับเครดิตโดย Moody’s และร่างกฎหมายกระตุ้นเศรษฐกิจฉบับใหม่ที่อาจเพิ่มภาระงบประมาณสูงถึง 3.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ นำไปสู่การเร่งตัวของ Bond Yield ระยะยาว ซึ่งอาจกระทบ Valuation สินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นเติบโตโดยตรง การมีเครื่องมือที่ช่วยทั้ง ‘ป้องกันความเสี่ยง’ และ ‘สร้างโอกาสทำกำไร’ จึงเป็นสิ่งสำคัญในภาวะตลาดเช่นนี้
US Options เป็นเครื่องมือการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งสองด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากนักลงทุนไม่จำเป็นต้องถือหุ้นต้นทางเต็มจำนวน แต่ใช้ต้นทุนเพียง “พรีเมียม” ซึ่งช่วยจำกัดความเสี่ยงได้ ตัวอย่างเช่น การใช้ Long Put Options บน ETF อย่าง SPDR S&P 500 ETF (SPY) เพื่อทำกำไรในช่วงที่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลง โดยหากตลาดปรับตัวลงจริงตามคาด นักลงทุนจะได้กำไรส่วนต่างราคา Options แต่หากตลาดปรับตัวขึ้น นักลงทุนจะขาดทุนจำกัดที่ค่าพรีเมียม ในขณะที่การใช้ Long Call Options เหมาะสำหรับผู้ที่เชื่อว่าตลาดยังมีโอกาสปรับขึ้นแต่ยังไม่อยากถือหุ้นเต็มจำนวนในพอร์ตทันที เพราะหากตลาดไม่ขึ้นตามคาด ก็จะขาดทุนจำกัดเพียงค่าพรีเมียมเท่านั้น แต่หากตลาดปรับตัวขึ้น นักลงทุนก็มีโอกาสได้กำไรสูง เพราะ Options ใช้เงินลงทุนน้อยกว่าหุ้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้กลยุทธ์เชิงรับในการปกป้องพอร์ต ตัวอย่างเช่น หากนักลงทุนถือหุ้น Netflix (NFLX) ในพอร์ต และมองว่าหุ้นจะปรับตัวลงระยะสั้น และไม่อยากขายหุ้นออก สามารถเลือก Long Put Options บนหุ้น NFLX ได้ เพื่อทำหน้าที่เสมือน “ประกัน” ให้พอร์ต โดยหากราคาหุ้น NFLX ร่วงลง นักลงทุนจะได้กำไรจาก Put Options มาชดเชย แต่หากหุ้น NFLX ปรับตัวขึ้นนักลงทุนก็จะขาดทุนจำกัดเพียงแค่ค่าพรีเมียมของ Options
US Options จึงเป็นเครื่องมือที่เหมาะสำหรับการลงทุนในช่วงที่ตลาดยังผันผวน ช่วยให้นักลงทุนจัดการความเสี่ยงได้อย่างแม่นยำ และคว้าโอกาสจากการเคลื่อนไหวของตลาดได้อย่างคุ้มค่า”
นักลงทุนสามารถเทรด US Options ได้ง่ายผ่านแอป InnovestX และเว็บไซต์ InnovestX WebTrade ที่มาพร้อมค่าคอมมิชชันเริ่มต้นเพียง 1.2 USD ต่อสัญญา โดยมีจุดเด่น อาทิ ฝาก-ถอนเงินไม่มีค่าธรรมเนียม เติมเงินได้แบบ real-time และ Subscribe ราคา US Options real-time market data เพียง 1.25 ดอลลาร์ ต่อเดือน บทวิเคราะห์หุ้นจากทีมวิจัย เพื่อช่วยตัดสินใจอย่างมั่นใจ เป็นต้น สำหรับมือใหม่ แนะนำให้เริ่มลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 5–10% ของพอร์ต และเลือกออปชันที่มีอายุพอสมควร เพื่อไม่ถูกกระทบจากมูลค่าที่ลดลงตามเวลา (Time Decay) สำหรับนักลงทุนที่ต้องการเสริมทักษะและเข้าใจกลยุทธ์ของ US Options อย่างรอบด้าน และสามารถนำไปปรับใช้จริงในการบริหารพอร์ตได้อย่างมั่นใจสามารถศึกษาการลงทุนใน US Options ได้ผ่าน YouTube @InnovestX

