“ไม่แน่ใจว่าเป็นเหตุบังเอิญหรือจังหวะเหมาะที่”ประดู่แดง”เขียนถึงข่าวลือว่าผู้บริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.)เสนอโครงการรับบุคคลคุณสมบัติพิเศษ อาทิ นักกีฬา นามสกุลดัง โดยไม่ต้องสอบ ประมาณ 50 อัตราเข้ารับราชการตำรวจ รอเพียง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.)เซ็นอนุมัติเท่านั้น“

ปรากฏข่าวตำรวจโรงพักรัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ป่วยซึมเศร้า งานล้นมือ กำลังพลขาดแคลน รายละเอียดข่าวระบุปริมาณงานกับกำลังพลไม่สอดคล้องกัน งานสอบสวนล้นเกินกำลังของพนักงานสอบสวน กลายเป็นความเครียดสะสมก่อนป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากันหลายนาย บางรายถึงขั้นอยากฆ่าตัวตาย
พ.ต.อ.พิสุทธิ์ จันทรสุวรรณ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร(ผกก.สภ.)รัตนาธิเบศร์ บอกว่า กำลังพลของโรงพักโดยรวมขาดไปประมาณครึ่งหนึ่งจากอัตราที่อนุญาต ทั้งที่จริงแล้วต้องมีพนักงานสอบสวน 29 นาย แต่มีนายตำรวจที่เข้าทำงานจริงเพียง 11 นาย
“มีพนักงานสอบสวนป่วย 5 นาย พอพนักงานสอบสวนป่วย บางคนเครียด เก็บตัวจนผิดปกติ ประสิทธิภาพการทำงานบริการประชาชนทำได้ไม่ทั่วถึง เพราะทุกวันจะมีประชาชนมาแจ้งความเกินกว่า 100 คน ผมจึงติดต่อจิตแพทย์มาตรวจด้วยความเป็นห่วง”พ.ต.อ.พิสุทธิ์ระบุและว่าที่นี่มีปัญหามาตลอด ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งรายงานผู้บังบัญชา เพื่อหาทางแก้ปัญหาขอกำลังสนับสนุน ทั้งโรงพักต้องมี 223 นาย ปัจจุบันมีแค่ 150 นาย ตอนนี้ลูกน้องสุขภาพแย่ เครียด เจ็บป่วย จนถึงมีภาวะฆ่าตัวตาย
จังหวะเดียวกันปรากฎข่าว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เปิดใจกับสื่อมวลชนหลังรับตำแหน่ง 6 เดือนเกี่ยวกับงานสอบสวนและงานโรงพักว่า”จะเน้นย้ำถึงการพัฒนางานสอบสวน โดยเสริมสร้างทักษะ สร้างเส้นทางการเติบโต เนื้องานการสอบสวนทำอย่างไรให้ลดขั้นตอน แต่อยู่ในกรอบกฎหมายป.อาญาและระเบียบปฏิบัติ สามารถเสนอสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการได้อย่างครบถ้วนและถูกต้อง”
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ระบุอีกว่า จะเป็นที่พึ่งให้พนักงานสอบสวน อยากให้พนักงานสอบสวนคิดเสมอว่าเราสวมเครื่องแบบ เป็นตำรวจมีหน้าที่อะไร สถานีตำรวจเป็นจุดยุทธศาสตร์ เป็นต้นธารของกระบวนการบุติธรรม คิดถึงขนาดว่าจะเอาใครมาช่วยพนักสอบสวน และให้เขาช่วยทำงาน ลดภาระและขั้นตอนลง
“เขาต้องคิดก่อนว่าเขาเป็นพนักงานสอบสวน ต้องช่วยประชาชนที่เดินขึ้นมาบนโรงพัก คงไม่มีใครหรอก ที่มีความสุขแล้วขึ้นโรงพักต้องมีทุกข์ เราต้องคิดเสมือนว่าเขาเป็นญาติ ต้องคลายทุกข์ให้เขาโดยเร็ว ให้คิดเสมอว่าเราเป็นตำรวจ ต้องช่วยประชาชน ได้เกื้อหนุนกระบวนการยุติธรรม ใครทำผิดต้องได้รับโทษ เอากฎหมายเป็นหลัก “ผบ.ตร.ระบุและว่ามีหน้าที่คิดให้ ตอนนี้คิดแล้ว กำลังเดินหน้าทำกันอยู่
ขณะที่ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.สกพ.ในฐานโฆษก ตร.บอกถึง กรณี สภ.รัตนาธิเบศว่า ทาง ผบ.ตร.มองเห็นปัญหาลักษณะนี้มานานแล้ว สั่งกำชับให้ผู้บัญชาการ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจนครบาล เข้าไปตรวจสอบสถานะกำลังพลและขวัญกำลังใจของพนักงานสอบสวนทุกโรงพัก
“ให้แนวทางการบริหารกำลังพลให้สอดคล้องกับปริมาณงาน โดยผู้บังคับบัญชาระดับต้นอาจใช้วิธีปรับเกลี่ยจากโรงพักที่มีปริมาณงานน้อยไปช่วยเติมเต็มให้โรงพักที่มีปริมาณงานมาก เพื่อให้พนักงานสอบสวนสามารถ อำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ”โฆษก ตร.ระบุ
ทั้งสามความเคลื่อนจะเกิดขึ้นโดยบังเอิญหรือจังหวะเหมาะหรือไม่ก็ตาม ถ้ามองอย่างวิเคราะห์น่าจะเป็นผลดีต่อสำนักสีกากี เพราะ ผบ.ตร.มีความมุ่งมั่นที่จะให้โรงพักเป็นที่คลายทุกข์ของประชาชน ประกอบกับเกิดกรณีกำลังพลขาดแคลนของโรงพักรัตนาธิเบศร์ ถึงขั้นผู้ปฏิบัติงานอยู่ในภาวะเครียดและซึมเศร้า
ซึ่ง ผบ.ตร.สามารถใช้โอกาสนี้ยกเครื่องเรื่องกำลังพลขาดแคลนทั้งผู้ปฏิบัติและพนักงานสอบสวน ด้วยวิธีการปรับเกลี่ยจากหน่วยอื่นที่กำลังพลล้นเข้ามาเสริม เปิดรับกำลังพลใหม่สอบคัดเลือกเข้าโรงเรียนตำรวจภูธรภาคและนครบาล
ที่สำคัญใช้โอกาสนี้นำโครงการต่างๆที่เน้นรับบุคคลคุณสมบัติพิเศษ อาทิ นักกีฬา พวกนามสกุลดัง หรือลูกหลานของพวกอินฟูลเอนเซอร์ในวงการต่างๆ โดยไม่ต้องสอบคัดเลือก มาปรับใช้ด้วยการเปิดรับสมัครสอบคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถพิเศษด้านต่างๆ เอื้อกับงานป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม งานพิสูจน์หลักฐาน นิติเวชและไซเบอร์ เป็นต้น จะช่วยเพิ่มกำลังพลที่มีคุณภาพได้เป็นอย่างดี
แม้เหลือเวลาอายุราชการแค่ปีกว่าๆ ถ้าพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ มีความมุ่งมั่นเชื่อว่าสามารถที่ขับเคลื่อนให้บรรลุผลได้อย่างแน่นอน ที่สำคัญจะช่วยระงับโครงการรับกำลังพลด้วยวิธีพิเศษเพื่อคนพิเศษที่มีเกือบทุกยุคทุกสมัยไปโดยปริยายเพราะส่วนใหญ่ผู้ที่ผ่านโครงการพิเศษมักจะเป็นที่รกหูรกตาของตำรวจส่วนใหญ่และประชาชนอยู่แล้ว !!!


