”ก.ตร.ตงฉิน“โพสน์เฟส เสนอแนวทาง ก.ตร.ควรยึดถือ 4 กฏเหล็ก

564

”ก.ตร.ตงฉิน“โพสน์เฟส เสนอแนวทาง ก.ตร.ควรยึดถือ 4 กฏเหล็ก เป็นกรอบการแต่งตั้งนายพลสีกากี ระดับ รอง ผบช.ถึง ผบก.

เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2567 ผู้สื่อข่าวไทยแทบลอยด์รายงานว่า พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ได้โพสน์ ข้อความผ่านเฟสบุค มีใจความระบุว่า

“คณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ยังเหลือการประชุมเพื่อพิจารณาและให้ความเห็นชอบการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในระดับรอง ผบช. และ ผบก. คาดว่าจะดำเนินการประชุม ก.ตร. ภายในเดือนนี้

ทั้งนี้ในการประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม ที่ผ่านมา คณะกรรมการได้มีมติขยายเวลาในการแต่งตั้งรอง ผบช. และ ผบก. ไปจนถึงวันที่ 15 มกราคม 2568

ผมได้เสนอให้ที่ประชุม ก.ตร. รับทราบเพื่อพิจารณากรอบแนวทางในการแต่งตั้ง มีรายละเอียดดังนี้:

1.บริบททางสังคม ตำรวจ และประชาชน:

สังคม ตำรวจ และสื่อมวลชนต่างเฝ้าติดตามผลการแต่งตั้งระดับรอง ผบช. และ ผบก. ว่าจะเป็นไปตามกฎหมายและหลักเกณฑ์การแต่งตั้งหรือไม่ เช่นเดียวกับการแต่งตั้ง ผบ.ตร., รอง ผบ.ตร., ผู้ช่วย ผบ.ตร., และ ผบช. ซึ่งได้รับคำชื่นชมว่าไม่มีข่าวการซื้อขายตำแหน่งหรือการแทรกแซงทางการเมือง

อาจมีข้อสังเกตว่า การแต่งตั้งในระดับ ผบช. ดูเหมือนจะให้ความสำคัญกับผู้อาวุโสมากเกินไป ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งระดับ ตร. ยืนยันว่าได้พิจารณาผู้ที่มีคุณสมบัติครบถ้วนในทุกกรณี

  1. นำคำวินิจฉัยของ ก.พ.ค.ตร. ที่ผู้บังคับบัญชาและคณะกรรมการแต่งตั้งทุกระดับต้องคำนึงถึงอย่างยิ่งในการพิจารณาแต่งตั้งมาประกอบการดำเนินการดังนี้:

2.1 การแต่งตั้งผู้อาวุโสน้อยกว่าขึ้นดำรงตำแหน่งข้ามผู้อาวุโสมากกว่า:

คณะกรรมการต้องพิจารณาผลงานดีเด่นที่มีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์ เปรียบเทียบและพิจารณาอย่างชัดเจนในแต่ละกรณี

2.2 ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้ง:

คณะกรรมการแต่งตั้งในระดับ บช. และ ตร. ต้องพิจารณาข้อมูลของผู้ที่เหมาะสมที่จะเลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นจากผู้บังคับบัญชาขั้นต้น (ผบก.) ซึ่งถือว่าเป็นผู้บังคับบัญชาปกครองใกล้ชิด หากมีความเห็นที่แตกต่างในแต่ละระดับ ต้องบันทึกเหตุผลอย่างชัดเจนเพื่อประกอบการพิจารณาของ ก.ตร. ต่อไป

2.3 การเปิดตำแหน่งให้แต่งตั้งบุคคลอื่น:

หากไม่มีเหตุผลอันสมควร การเปิดตำแหน่งเพื่อแต่งตั้งบุคคลอื่น อาจถือว่าเป็นการใช้ดุลพินิจที่ไม่เหมาะสมและอาจก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม

2.4 ข้อสังเกตเกี่ยวกับการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์:

ก.พ.ค.ตร. ตั้งข้อสังเกตว่า หากการดำเนินการไม่เป็นไปตามกฎเกณฑ์หรือใช้ดุลพินิจที่ไม่เหมาะสม จะถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและอาจมีผลต่อการเพิกถอนกระบวนการพิจารณา และผู้บังคับบัญชาอาจต้องรับผิดทางวินัย

  1. การจัดระเบียบข้าราชการตำรวจตามระบบคุณธรรม (พ.ร.บ.ตำรวจ 2565 มาตรา 60):

3.1 การแต่งตั้งรอง ผบช. และ ผบก. ในกลุ่มผู้เหมาะสม หากจะพิจารณาไม่เลื่อนขึ้น ต้องมีเหตุผลที่สามารถอธิบายได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่เพียงแค่มีผลงานดีแต่ไม่เหมาะสมที่จะเลื่อนขึ้น โดยการแต่งตั้งจะต้องเป็นไปตามระบบคุณธรรมและอาวุโส

3.2 การแต่งตั้งในระดับผบก.:
การแต่งตั้งระดับ ผบก. จะใช้แนวทางเดียวกับการแต่งตั้ง ผบช. โดยมีการจัดระเบียบอย่างเป็นระบบ และต้องคำนึงถึงตำแหน่งต่างๆ ในหน่วยหลักและหน่วยรอง เพื่อสร้างระบบคุณธรรมและความโปร่งใส

3.3 การแต่งตั้งในหน่วยสำคัญ เช่น สำนักงานจเรตำรวจ และกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน.:

การคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในหน่วยสำคัญจะต้องคำนึงถึงความเป็นลูกหม้อของหน่วยนั้นๆ ไม่ควรย้ายบุคคลที่มีปัญหามาในหน่วย เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดผู้มีความสามารถในอนาคต

3.4 การแต่งตั้งในสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ซึ่งเป็นหน่วยที่สำคัญในการสนับสนุนงานสอบสวนต้องให้ความสำคัญกับบุคลากรที่มีความรู้และความสามารถในหน่วยนั้น โดยไม่ควรย้ายบุคคลที่ไม่มีความรู้หรือไม่เหมาะสมไปยังหน่วยดังกล่าว

คำแนะนำสุดท้าย:

ควรพิจารณาการแต่งตั้งตามหลักเกณฑ์อย่างยุติธรรมและโปร่งใส โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องทุกข์

รวมถึงช่วยเหลือในเรื่องการย้ายกลับภูมิลำเนา และ “เลือกบุคคลที่มีความสามารถเหมาะสมกับตำแหน่ง เพื่อประโยชน์สูงสุดขององค์กร”

คลิ๊กอ่านเฟสบุค ดังกล่าาวที่นี่ …!!!

https://www.facebook.com/share/p/1FWbsARpsp/?mibextid=wwXIfr

#Thaitabloid#สำนักข่าวไทยแทบลอยด์