ตม.หนองคาย เปิดข้อมูลเพิ่มคดีสาวโรงรับจำนำเวียนทองหลอกบริษัทสูญจริงแค่ 6.5ล.ไม่ใช่ 170ล.

356

ตม.หนองคาย เปิดข้อมูลสอบสวนเพิ่มเติม คดีรวบอดีต พนง.รักษาทรัพย์โรงรับจำนำ เผยมูลค่าความเสียหายจริง 6.5 ล้านบาท ไม่ใช่ 170 ล้านบาทตามรายงานข่าวครั้งแรก

ตามนโยบายของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. สั่งการให้ สตม.สกัดกั้น ตรวจสอบ ระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบ ชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ หรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม., พล.ต.ต.ปิยะอนันต์ โตสกุลวงศ์ ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.สิทธิ์ศิริ กังวาลกุล รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กฤษฎากรณ์ กลิ่นเกษร รอง ผบก.ตม.4, พ.ต.อ.กฤชมงกุฎ บูรณะภักดี ผกก.ตม.จว.หนองคาย, พ.ต.ท.ธียาณพัตท์ รังสิพราหมณกุล รอง ผกก.ตม.จว.หนองคาย ร่วมแถลงข่าวการจับกุมบุคคลตามหมายจับคดีสำคัญ

“ตม.หนองคาย เปิดข้อมูลสอบสวนเพิ่มเติม เคสรวบอดีต พนง.รักษาทรัพย์โรงรับจำนำเผยมูลค่าความเสียหายจริง 6.5 ล้านบาท ไม่ใช่ 170 ล้านบาทตามรายงานข่าวครั้งแรก เผยกลโกงลักทองของตนเองที่นำมาจำนำแล้วจ้างหน้าม้ากลับมาเวียนจำนำ” เมื่อประมาณต้นเดือน ธันวาคม 2566 พงส.สภ.ปากเกร็ด รับแจ้งความจากบริษัทโรงรับจำนำเอกชนแห่งหนึ่ง เพื่อให้ดำเนินคดีกับ น.ส.อ้อย สัญชาติไทย (นามสมมุติ และ น.ส.ทิพย์ สัญชาติไทย (นามสมมุติ) พนักงานของบริษัทดังกล่าว ที่มีหน้าที่ในการก็บรักษาของรับจำนำ ตรวจพบว่าพนักงานทั้งสองราย ได้นำทองคำของตนเองมาจำนำ แล้วลักเอาทองของตนเองที่ต้องเก็บไว้ในตู้เซฟของโรงรับจำนำออกไป จากนั้นได้จ้างหน้าม้าเข้ามาเวียนนำทองเดิมเข้าไปจำนำ กับโรงรับจำนำอีกหลายครั้ง โดยให้ค่าจ้างครั้งละ 1,000 -2,000 บาท แล้วนำเงินที่ได้มาเข้าบัญชีของตนเองเพื่อใช้จ่ายส่วนตัว และเล่นการพนัน สร้างความเสียหาย ให้กับโรงรับจำนำมูลค่ากว่า 6.5 ล้านบาท ต่อมา น.ส.ทิพย์ ฯ ได้เข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน ส่วน นางสาวอ้อยฯ ได้หลบหนี ศาลจังหวัดนนทบุรีได้อนุมัติหมายจับในความผิดฐาน “ร่วมกันลักทรัพย์ที่ เป็นของนายจ้าง” ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ชุดสืบสวน ภ.1 ได้สืบสวนติดตามจับกุม จนทราบว่า น.ส.อ้อย ฯ ได้หลบหนีออกนอกประเทศไทยไปอาศัยอยู่ที่ประเทศลาว จึงประสานมายัง ชุดสืบสวน ตม.จว.หนองคาย เพื่อประสานกับทางการสปป.ลาว เพื่อกดดันให้กลับมามอบตัว พร้อมกับเฝ้าระวังตามแนวชายแดนป้องกันการลักลอบเข้าทางช่องทางธรรมชาติ  จนกระทั่ง วันที่ 3 ม.ค.2567 เวลาประมาณ 12.30 น. น.ส.อ้อย ฯ อายุ 30 ปี สัญชาติไทย ได้เดินทางกลับเข้ามาทางด่านพรมแดน สะพานมิตรภาพไทย – ลาว จ.หนองคาย ร้อยเวรงานตรวจบุคคลและพาหนะ พบตัว น.ส.อ้อย ฯ บุคคลตามหมายจับ กำลังเดินทางกลับเข้าประเทศไทย จึงได้ประสานชุดสืบสวน ตม.จว. หนองคาย ทำการจับกุมตามหมายจับดังกล่าวข้างต้น
 
เบื้องต้น น.ส.อ้อย ฯ ให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันลักทรัพย์ของโรงรับจำนำ ตามแผนประทุษกรรมดังกล่าวจริง โดยเงินที่ได้มาได้นำไปเล่นการพนันออนไลน์ ส่วนค่าความเสียหาย เมื่อตรวจสอบกับ พงส.เจ้าของคดี พบว่าการกระทำผิดของ น.ส. อ้อยฯ ตลอดระยะเวลา 2 เดือนที่ผ่านมานี้ ก่อให้เกิดความเสียหายทางคดีกว่า 6.5 ล้านบาท จนท. จึงได้ควบคุมตัวนำส่ง พงส. สภ. ปากเกร็ด จ.นนทบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม.มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิดกรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง  อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรม โอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา  เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ดจว.นนทบุรี 1 1120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

#Thaitabloid #สำนักข่าวไทยแทบลอยด์