“ครูบากายแก้ว”เป็นอมนุษย์ ประเภทไหน มาร่วมกันหาคำตอบ อ่านสนุกแบบมีทั้งศรัทธาและพาณิชย์

36045

“บวชมาแล้ว ครูบาอาจารย์ก็สอนให้ท่องแต่มนต์ไสยศาสตร์ ทำสมาธิก็ให้ท่องแต่มนต์ไสยศาสตร์ พอท่องไป ภาวนาไป จิตก็สงบสว่างได้เหมือนกัน มันรู้จนกระทั่งวันเวลาที่จะตาย พอรู้ว่าตัวจะตาย ก็รีบท่องมนต์เข้าสมาธิ จิตมันก็สว่างๆไป พอวิญญาณออกจากร่างปุ๊บ มันมืดมิด หาทางไปไม่เจอ มารู้ตัวต่อเมื่อมาเกิดเป็นผี เพราะฉะนั้นมีลูกบอกลูกมีหลานบอกหลาน บวชแล้วให้เรียนธรรมวินัย แล้วให้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ อย่าให้มันไปเรียนมันเรียนมนต์ เรียนมนต์ไสยศาสตร์ทุกแขนง ตายแล้วเป็นผีใหญ่กันหมด”

โอวาทธรรม : หลวงพ่อพุธ ฐานิโย
 
ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมานี้( ตั้งแต่ 14 สิงหา 66 ) มีดราม่าสายมูเกิดขึ้นเนื่องจากมีรูปปั้นขนาดใหญ่ติดสะพานลอยไปไม่ได้ทั้งที่ผ่านมาไม่รู้กี่สะพานแต่พอถึงแถวรัชดามาติดซะอย่างงั้นรถติดยาวเหยียดจนเป็นประเด็นให้รายการทีวียอดฮิตเอามาทำข่าวจนจากคนไม่รู้จักก็รู้จักกันทั่วบ้านทั่วเมืองรูปปั้นนี้เป็นรูปปั้นที่เป็นตัวแทนของ ครูกายแก้ว

สำหรับครูกายแก้วตัวผู้เขียนเองก็พอจะทราบถึงการมีอยู่ของท่านมาก่อนที่จะมีกระแสดราม่าเพราะว่าชอบศึกษาเรื่องราวเหล่านี้ตอนที่ได้เห็นและรับรู้เรื่องราวครั้งแรกยังมองว่าทำไมรูปร่างน่ากลัวจังมองทีแรกคิดว่าท่านเป็นเผ่าเดียวกับเวตาลเสียอีกแต่พอได้ฟังประวัติประกอบกับค้นเรื่องเวตาลมาเทียบเคียงแล้วพบว่าไม่เหมือนกันอีกทั้งได้ไปค้นเรื่องกากอย์มาก็พบว่าไม่น่าจะใช่เพราะกากอย์คือมังกรย่อส่วนพยายามค้นต่อว่าไปเข้าสู่เผ่ามนุษย์นกเผ่าไหนในหิมพานต์จะเป็นกินนรี นกกรวิกหรือการเวก ก็ไม่เหมือน เลยสันนิฐาน

“ว่าน่าจะเป็นจากจินตนาการของท่านอาจารย์ สุชาติ มากกว่า เพราะถ้าดูจากองค์รูปต้นฉบับจะพบว่าเป็นลักษณะที่เหมือนคนธรรมดานั่งชันเข่า เข้าใจว่าด้วยความเคารพในอาจารย์และเห็นจากการนิมิตท่านเลยใส่ปีกใสเล็บใส่เขี้ยวให้ดูน่าเกรงขาม เพราะท่านเป็นศิลปินย่อมมีมุมมองที่แตกต่างจากคนทั่วไป”

(รูปครูบากายแก้วต้นกำเนิดที่มาจากเขมร)
 


แต่ทีนี้ด้วยความคาใจก็เลยพยายามหาว่าตกลงว่าท่านครูบากายแก้วท่านเป็นตัวตนแบบไหนแน่เลยลองพยายามค้นดูว่าเป็นอสุรเทพอย่างที่เค้าว่าไว้ไหมก็พบว่าไม่ใกล้เคียงเพราะอสูรเทพคืออดีตเทพที่ตกมาจากสวรรค์ชั้นดาว์ดึงส์จากการที่โดนเทวดารุ่นใหม่มอมเหล้าแล้วเอามาโยนทิ้งแถวเชิงเขาพระสุเมร หน้าที่หลักคือเมื่อดอกแคสวรรค์บานก็จะยกทัพไปชิงเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์คืนจากเหล่าเทพที่ครองอยู่แต่ไม่เคยได้เมืองคืนสักทีเพราะถ้าจะชนะปุ๊บเหล่าเทวดาก็จะหลบเข้าเมืองปั๊บแล้วเมืองในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ก็เหมือนมีเกราะหนาๆครอบอยู่ตีไม่เคยแตกทำให้ต้องยกทัพกลับเมืองตัวเองไปแล้วก็ลืมว่าต้องชิงเมืองกลับมา จนกว่าดอกแคสวรรค์จะบานอีกรอบจึงจะนึกได้

ส่วนพวกอมนุษย์กึ่งเทพที่มีเขี้ยวตัวใหญ่ชอบจับใครต่อใครกันเนี่ยก็เป็นอีกพวกที่เรียกกันว่า เผ่าพงษ์วงค์ยักษา มีหลายประเภททั้งยักษ์บก ยักษ์อากาศ ยักษ์ใต้บาดาล หรือ ยักษ์น้ำอย่างผีเสื้อสมุทร อีกทั้งยังมีการแบ่งชั้นของยักษ์ มีทั้งยักษ์ชั้นสูง อย่างท้าวกูเวร ทศกัณฑ์ ฯลฯ พวกนี้มีวิมานเป็ทอง รูปร่างสวยงาม มีรัศมี มีสมบัติและบริวาร อาหารทิพย์คอยเสริฟ ปกติจะไม่โชว์เขี้ยวแต่พอโกรธเกรี้ยวเขี้ยวจะโผล่ทันที ยักษ์ชั้นกลาง รูปร่างหน้าตาก็จะแตกต่างกันแล้วแต่บุญที่ใครเคยทำมาแบบไหน ไม่มีรัศมี มีหน้าที่คอยรับใช้เหล่ายักษ์ชั้นสูง ส่วนยักษ์ชั้นต่ำพวกนี้ทำบุญมาน้อยก็จะมีรูปร่างน่าเกลียด ผมหยิก ผิวหยาบดำ ตาโปน  ดุร้าย ทั้ง 3 ชนิดนี้จะมีวิธีเกิด 3 แบบคือแบบเกิดแล้วโตเลย(โอปปาติกะ) เกิดในครรภ์(ชลาพุชะ) เกิดในเหงื่อไคลสังเสทชะ การจะเกิดเป็นยักษ์พวกนี้ได้เพราะทำบุญเจือด้วยความโกรธ หากมองแค่ตรงเหตุนี้ที่บอกว่าครูกายแก้วท่านบำเพ็ญธรรมด้วยโมหะ ก็คงต้องบอกว่าท่านคือ ยักษ์ ไม่ใช่อสูร

( รูปครูบากายแก้วปัจจุบัน )


แต่มีอีกทฤษฏีนึง ที่ผมค้นมาพบว่าในสมัยที่ศาสนาพุทธยังไม่ถือกำเนิดผู้คนจะนับถือวิญญานแห่งธรรมชาติต่างๆโดยใช้คำเรียกวิญญานเหล่านั้นว่า ผี ซึ่งก็แบ่งไปหลายประเภทแล้วก็จะมีคนที่สามารถติดต่อสื่อสารและนำพลังของวิญญานเหล่านั้นมาใช้ถูกเรียกต่างๆกันไปเช่น คนทรง พ่อมด หมอผี พราห์ณ ครูธรรม ฯลฯ โดยคนเหล่านี้จะมีการสืบทอดทายาทผ่านการเรียนวิชาถูกเรียกรวมรวมๆในภาษาเราว่าเรียนวิชาไสย์เวท ผู้ที่จะเรียนไสย์เวทนี้ต้องมีจิตที่เข้มแข็งมีพลังจนสามารถทำสิ่งให้มีกลายเป็นมีได้ เช่นการเสกไฟจากอากาศ การเสกใบไม้ให้คนเห็นเป็นต่อแตน จำพวกนี้จิตต้องมีพลังถึงขั้นสำเร็จกสิณอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่พลังพวกนี้ต้องมีตัวคาถากำกับเพื่อใช้เป็นสื่อให้สำเร็จตามเป้าประสงค์ทั้งหมดนี้ในทางพทุธล้วนบอกว่าเป็นทางที่ไม่หลุดพ้นต่อให้เรียนจนเป็น จ้าวแห่งมนตรา แต่พอตายไปก็ยังต้องไปเกิดเพื่อใช้กรรมตามบุญที่ตัวเองสร้างไว้รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไร จะเกิดเป็นสรรพสัตว์แบบไหนไม่สามารถกำหนดได้แค่มีฤทธิติดตัวไปแค่นั้นเองและถ้าอ้างอิงจาก เทศนาโอวาทของ หลวงพ่อพุธ ฐานิโยแล้ว จะพบว่า

“ผู้ที่เรียนไสยศาสตร์เหล่านี้ส่วนใหญ่มักเกิดมากลายเป็น ผีใหญ่ อันเป็นวิญญานที่มีฤทธิมากกว่าวิญญานทั่วไป อาจจะครองอาณาเขตมีบริวาร หรือ ระลึกได้แล้วบำเพ็ญบารมีเพื่อจะหลุดพ้นจากสภาพก็แล้วแต่จริตและบุญกรรมที่ทำกันมา ซึ่งครูบากายแก้วท่านก็อาจเป็นสภาวะแบบนี้ก็ได้”

สุดท้ายนี้ขอฝากไว้ว่าทุกคำที่เขียนเป็นสิ่งที่ค้นคว้าและวิเคราะห์ด้วยความสงสัย พยายามจะไขปริศนาแต่ก็เคารพความเชื่อของแต่ละบุคคล มิได้คิดลบหลู่ใดๆ และขออภัย FC ทุกท่านที่ครั้งนี้ไม่มีของดีราคาจับต้องได้มานำเสนอ แต่ยอมรับว่าประเด็นร้อนจริงๆจนต้องขอร่วมวงด้วยในฐานะสายมูคนนึง ครั้งหน้าเราจะกลับมานำเสนอเช่นเดิมครับ
 
คราวหน้ามาลุ้นกัน ว่าจะนำเสนอองค์ไหนครับ


ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
สื่อโซเซี่ยล ครับ

ปล. หากมีวัด ศาสนถาน โรงเรียน โรงพยาบาล ฯลฯใดที่ต้องการประชาสัมพันธ์การขายวัตถุมงคลหรือบริจาคเพื่อการกุศลอย่างแท้จริง ทางคอลัม์พระบ้าน ยินดีประชาสัมพันธ์ให้ฟรีครับสนใจลงโฆษณาประชาสัมพันธ์ ติดต่อ : 0818214442 ต้น