หน้าแรก ทั่วไทย

ทั่วไทย

เปิดตัว โครงการ เด็กไทยสู้ภัยโควิด Thai Kids Fight COVID (TKFC)

“จัดหาหน้ากากผ้าเพื่อน้องประถม” ศาตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นพ.อุดม คชินทร รองประธานมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญเลขาธิการมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ พญ.เจรียง จันทรกมล ประธานคณะนักศึกษาหลักสูตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์ (ปธพ.) รุ่นที่ 8 ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวโครงการ "เด็กไทยสู้ภัยโควิด Thai Kids Fight COVID (#TKFC) ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์โครงการอาสาร่วมใจสู้ภัยโควิดโดยสภากาชาดไทยและนักศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรธรรมาภิบาลทางการแพทย์รุ่นที่ 1-8 เพื่อจัดหาหน้ากากผ้าเพื่อน้องประถมที่มีคุณภาพในการใส่เพื่อป้องกันตนเองจากการระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 มอบให้โรงเรียนในท้องถิ่นทุรกันดารและนักเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศโดยมีผู้ร่วมสนับสนุนจาก 3 บริษัทได้แก่บริษัทสุภาราจำกัด (GQ) บริษัทนารายณ์อินเตอร์เทรดจำกัด (NARAYA) และบริษัทซาบีนาจำกัดมหาชน – มูลนิธิคุณแม่จินตนาธนาลงกรณ์ร่วมบริจาคหน้ากากผ้าสำหรับเด็กให้โครงการฯ 1 ชิ้นเมื่อมีผู้ซื้อหน้ากากผ้า 1 ชิ้นโดยทั้ง 3 บริษัทจะร่วมบริจาคหน้ากากผ้าเข้าโครงการไม่น้อยกว่าบริษัทละ 25,000 ชิ้นขอเชิญประชาชนร่วมสนับสนุนโครงการ TFFC ได้โดยซื้อหน้ากากผ้าสำหรับเด็กตามแคมเปญข้างต้นในช่วงเดือนกรกฎาคม - 15 สิงหาคม 2563 หรือร่วมบริจาคให้กับมูลนิธิฯได้ที่ชื่อบัญชีมูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ธนาคารกสิกรไทยเลขที่บัญชี 048-1-10901-9

สองพี่น้อง นำทีม มูลนิธิร่วมกตัญญู​ ช่วยแบ่งเบาภาระให้กับผู้ปกครองของเด็กๆก่อนเปิดเทอม

วันที่ 5 มิ.ย.63 : บิณฑ์,เอกพัน บรรลือฤทธิ์ ได้นำทีม จนท.และ อาสาสมัคร มูลนิธิร่วมกตัญญู มาขอใช้พื้นที่ภายในวัด บรมนิวาสราชวรวิหาร เพื่อให้ผู้นำชุมชนนำเด็กๆ​ จากชุมชนวัดบรมนิวาส จำนวน​ 200 คน,ชุมชนนางหงส์​ จำนวน​ 120 คน,ชุมชนชูชีพ​ จำนวน​ 200...

“รมช.ธรรมนัส” เดินสายทำบุญไหว้พระ 9 วัด 9 อำเภอ​ ใน​ จ.พะเยา

ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ เดินสายทำบุญไหว้พระ 9 วัด 9 อำเภอ จังหวัดพะเยา เพื่อความสิริมงคล วันที่​ 5​ ก.ค.63​...

ผช.ผบ.ตร.ลงพื้นที่ ภ.จ.บุรีรัมย์ เพื่อตรวจเยี่ยม,มอบเงิน​ และสิ่งของ

วันที่​ 4 ก.ค.63 เวลา 08.30 น.​ : พล.ต.ท.เพิ่มพูน ชิดชอบ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ได้ลงพื้นที่ ภ.จ.บุรีรัมย์ เพื่อตรวจเยี่ยม,มอบเงิน​ และสิ่งของ ตามนโยบายและการมอบหมาย ของ ผบ.ตร.,รอง ผบ.ตร.(ปป) และ รอง ผบ.ตร.(บร)

เขตบางซื่อ จัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่ริมคลองบางเขนใหม่

วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 เวลา 08.00 น.: นางทิพวรรณ์ เจนประวิทย์ ผู้อำนวยการเขตบางซื่อ มอบหมายให้ นายวสันต์ บุญหมื่นไวย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขตบางซื่อ ให้การต้อนรับ พลตำรวจตรี ประสพโชค พร้อมมูล สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ประธานในพิธีการจัดกิจกรรมจิตอาสาพัฒนาพื้นที่ริมคลองบางเขนใหม่ พร้อมนำผู้บริหารเขตบางซื่อ,ผู้บริหารจากกองทัพเรือ,ผู้บริหารจากกรมทหารต่อสู้อากาศยานรักษาพระองค์,ผู้บริหารจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล,ผู้บริหารจากสถานีตำรวจนครบาลประชาชื่น,ผู้บริหารสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร,ผู้บริหารสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางโพ,ผู้บริหารสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางซ่อน,ข้าราชการ บุคลากรเขตบางซื่อ...
7,696แฟนคลับชอบ
18ผู้ติดตามติดตาม
307ผู้ติดตามติดตาม

บทความ

วิจัยกรุงศรีปรับคาดการณ์ GDP ปีนี้ คาดติดลบ 10.3% จากพิษโควิด-19 ก่อนฟื้นตัวที่ 2.9% ในปี 2564

วิจัยกรุงศรีคาดการณ์เศรษฐกิจไทยจะหดตัว 10.3% ในปี 2563 จากเดิมที่คาดว่าจะติดลบ 5% โดยมองว่าเศรษฐกิจในภาพรวมมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นจากการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงและยาวนานกว่าที่คาดและผลกระทบทางลบที่ส่งต่อเป็นทอดๆไปยังภาคส่วนเศรษฐกิจอื่นๆดร.สมประวิณมันประเสริฐผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “แม้ไทยจะไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ในประเทศมากว่า 1 เดือนและมีการผ่อนคลายมาตรการล็อคดาวน์แต่มาตรการเฝ้าระวังเช่นการรักษาระยะห่างทางสังคมการระงับการบินระหว่างประเทศรวมทั้งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคยังกดดันกิจกรรมทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องส่งผลให้วิจัยกรุงศรีปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีนี้และมองว่าจะหดตัว 10.3% ซึ่งต่ำกว่าช่วงวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชียในปี 2541 แต่เศรษฐกิจจะค่อยๆฟื้นตัวและเติบโตที่ 2.9% ในปี 2564”วิจัยกรุงศรีมองว่าจำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกที่พุ่งขึ้นเกิน 10 ล้านรายและยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่องรวมทั้งความเสี่ยงของการเกิดการระบาดรอบสองในหลายประเทศอาจทำให้การบังคับใช้มาตรการห้ามเที่ยวบินระหว่างประเทศนานกว่าที่คาดไว้ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคการท่องเที่ยวอย่างมากประเทศไทยพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวในสัดส่วนสูงจึงเป็นหนึ่งในประเทศที่เปราะบางมากจากผลกระทบของโควิด-19 โดยคาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาไทยในปีนี้จะลดลงถึง 83% แม้จะมีการเปิดประเทศด้วยการท่องเที่ยวแบบจับคู่เดินทาง (Travel Bubble Policy) แต่คาดว่าณกลางปี 2564 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะยังคงน้อยกว่า 1 ล้านคนต่อเดือนการชะลอตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและผลกระทบทางลบที่ส่งต่อไปยังภาคหลายส่วนอาจทำให้แรงงานในไทยประมาณ 80% ได้รับผลกระทบในช่วงที่มีการระบาดหนักของโควิด-19 จากเดิมคาดไว้ที่ 50% และในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้คาดว่าจะยังมีแรงงานที่ได้รับผลกระทบประมาณ 30% จากเดิมคาดไว้ที่ 10% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนและความสามารถในการใช้จ่ายของประชาชน ทั้งนี้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายมาสู่ระดับต่ำสุดที่ 0.5% และการผ่อนคลายมาตรการทางการเงินต่างๆน่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจได้บางส่วนอย่างไรก็ตามหลังจากพ้นช่วงเวลาของมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยและผู้ประกอบการธุรกิจ SMEs คาดว่าหนี้สินของภาคธุรกิจและหนี้สินของภาคครัวเรือนจะเพิ่มขึ้นในเร็วๆนี้ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเลิกจ้างงานและภาคการเงินของประเทศ “นอกจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่คาดว่าจะฉุดให้เศรษฐกิจไทยหดตัว 10.6% ในปีนี้ความล่าช้าของการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและปัญหาภัยแล้งจะส่งผลให้การเติบโตของ GDP ลดลงไปอีก 1% และ 0.4% ตามลำดับแม้จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทยอยออกมาซึ่งคาดว่าจะหนุนให้เศรษฐกิจโตได้ราว 1.7% นโยบายการเงินและการคลังที่ประกาศออกมาอาจจะไม่เพียงพอในการยับยั้งการถดถอยของเศรษฐกิจและอาจไม่มากพอที่จะกระตุ้นให้การเกิดการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาคเอกชนวิจัยกรุงศรีจึงมองว่าเศรษฐกิจไทยจะฟื้นตัวในรูปแบบตัวยู (U-shaped Recovery) แต่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะเปลี่ยนไปเป็นการฟื้นตัวแบบตัวแอล (L-shaped Recovery) จากการระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงและยาวนานเกินกว่าที่คาดไว้” ดร.สมประวิณกล่าวเพิ่มเติม

พท.ชี้ถึงเวลารัฐต้องปรับเปลี่ยนทีมศก.

<!--[CDATA[ นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าปัญหาความเดือดร้อนทางเศรษฐกิจ สอดคล้องกับผลสำรวจความคิดเห็น ของประชาชนที่ต้องการเห็นการปรับเปลี่ยนคณะรัฐมนตรี ซึ่งส่วนตัวเห็นว่า ถึงเวลาที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนการทำงานของคณะรัฐมนตรี เพราะที่ผ่านมายังไม่เข้าใจปัญหาทางเศรษฐกิจที่แท้จริง จึงไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ สะท้อนได้จากการทำงานตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ จะมองเฉพาะมิติของ’เศรษฐกิจมหภาค’ ละเลยการดูแลในกลุ่ม ‘Real Sector’ เมื่อการเติบโตไปเพิ่มที่เอกชนรายใหญ่จึงเสมือนว่าเศรษฐกิจสามารถเดินหน้าได้ แต่ในความเป็นจริงผู้ประกอบการระดับกลางจนถึงระดับล่าง เกิดวิกฤตอย่างหนักไม่มีเงินทุนเหลือ และถูกซ้ำเติมด้วยวิกฤตส่งออกและการท่องเที่ยวซึ่งล้วนติดลบทั้งสิ้น ทำให้ประชาชนระดับกลางถึงล่างมีภาระหนี้สิน ขณะที่การดูแลประชาชน รวมถึงการออกมาตรการผ่อนคลายต่างๆ ไม่สามารถช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เกิดความยากลำบากได้จริง...

“เรืองไกร” เตรียมยื่นกกต.ยุบพปชร.

<!--[CDATA[ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กล่าวถึง กรณีเมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ที่ปรากฏภาพกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) หลายคนไปเทียบเชิญ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ให้มาเป็นหัวหน้าพรรค พปชร. โดยใช้สถานที่ คือ มูลนิธิป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ว่า กรณีดังกล่าว นายไพบูลย์ นิติตะวัน กรรมการบริหารพรรคคนหนึ่ง ยอมรับและให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่...