18 กย.64 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.สิงห์ชัย ฐานไชยสิทธิ์ รอง ผกก.3 บก.ป. ปฏิบัติราชการ กก.2 บก.ป., พ.ต.ท.วิญญู แจ่มใส, พ.ต.ท.กรกช ยงยืน, รอง ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ท.นฤทธิ์ ผูกจิตร, พ.ต.ท.นพรัตน์ คำมาก รอง ผกก.2 บก.ปทส. ปฏิบัติราชการ กก.2 บก.ป. และ พ.ต.ท.เนติวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล รอง ผกก.2 บก.ป.

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดปฏิบัติการที่ 4 กก.2 บก.ป., เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.จักราช และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูคต

ร่วมกันจับกุม น.ส.สิตา (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ 3 .หมายจับ

  1. หมายจับศาลจังหวัดธัญบุรี ที่ 516/2564 ลงวันที่ 24 ส.ค.2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงประชาชนนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน (สภ.คูคต)
  2. หมายจับของศาลแขวงอุบลราชธานี ที่ 76/2564 ลงวันที่ 18 พ.ค.2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกงและโดยทุจริตหรือหลอกลวง” (สภ.เมืองอุบลราชธานี)
  3. หมายจับของศาลแขวงเชียงราย ที่ 33/2564 ลงวันที่ 12 พ.ค. 2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน “ฉ้อโกง” (สภ.แม่อ้อ)

สืบเนื่องจากเมื่อประมาณเดือนกันยายน 2563 ผู้เสียหายได้เข้าเฟสบุ๊คไปยังกลุ่มหางานรายได้เสริม ซึ่งในกลุ่มดังกล่าวมีการประกาศการรับทำงานนำลูกปัดนับใส่ถุง และนำยางรัดผมใส่ถุง โดยมีเงื่อนไขในการสมัครให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าสมัครเพื่อสั่งซื้องานดังกล่าวไปทำที่บ้าน นอกจากนี้ยังมีการเสนอโปรโมชันต่างๆเพื่อจูงใจให้ผู้เสียหายลงทุนทำงานกับผู้ต้องหา

โดยในช่วงแรก ผู้เสียหายสั่งงานมาทำด้วยเงินจำนวนไม่มาก ซึ่งผู้ต้องหาก็ได้ส่งงานมาให้ผู้เสียหายทำ และเมื่อส่งงานกลับไปให้ผู้ต้องหา ผู้ต้องหาก็ได้ให้เงินค่างานดังกล่าวเป็นเงินประมาณ 20,000 บาท แต่ต่อมาภายหลังเมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อลงทุนสั่งงานมาทำมากขึ้น ผู้เสียหายกลับไม่ได้รับเงินค่าทำงานคืน คิดมูลค่าเป็นเงินจำนวน 60,420 บาท ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนถูกหลอก จึงได้มาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.คูคต

จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้เสียหายหลายรายได้แจ้งความไว้หลายพื้นที่ และได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหาไว้เเล้ว ดังนี้
เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2563 พื้นที่ สภ.แม่อ้อ มูลค่าความเสียหาย 139,900 บาท
เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 พื้นที่ สภ.เมืองอุบลราชธานี มูลค่าความเสียหายประมาณ 30,000 บาท
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2564 กลุ่มผู้เสียหายได้มีการนำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหา

กองบังคับการปราบปราม เล็งเห็นว่าผู้ต้องหามีพฤติกรรมกระทำความผิดในลักษณะเช่นเดิม สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชน และเพื่อป้องกันความเดือดร้อนที่จะเกิดขึ้นตามมาภายหลัง จึงได้สั่งการให้ กก.2 บก.ป. ดำเนินการเร่งรัดจับกุมผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ป. และ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.จักราช ทราบว่า ผู้ต้องหาได้หลบหนีมาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่หมู่ที่ 2 ต.หนองน้ำใหญ่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่จึงได้วางแผนจับกุมผู้ต้องหาได้ที่ริมถนน หมู่ที่ 2 ต.หนองน้ำใหญ่ อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา หลังจากนั้นจึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.คูคต ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จากการสอบถามผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ โดยให้การว่าไม่ได้โกงเงินกลุ่มผู้เสียหายแต่อย่างใด ตนเเค่ติดปัญหาสถานการณ์โควิด-19