
เวลา 20.40 น. วันที่ 7 สิงหาคม 2564 ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษก บช.น. และ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.ร่วมแถลงสรุปสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มเยาวชนปลดแอก และแนวร่วมกลุ่มต่างๆ
โดย พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า กลุ่มผู้ชุมนุมมีการประกาศรวมตัวและเคลื่อนไปยังสถานที่สำคัญ มีการเผาทำลายสถานที่ทรัพย์สินของราชการเสียหาย ใช้อาวุธและสิ่งเทียมอาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ควบคุมฝุงชน (คฝ.) หลังประกาศยุติการชุมนุมยังมีการเคลื่อนไปต่อเนื่องเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และความผิดตามกฏหมายอื่น ๆ อีกหลายส่วน

ขณะ พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษก บช.น. ลำดับเหตุการณ์ว่า กลุ่มผู้ชุมนุมนัดหมายบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยตำรวจท้องที่ได้ประกาศให้ยุติการชุมนุมเนื่องจาก กทม. เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดห้ามรวมตัวทำกิจกรรม แต่มวลชนยังไม่เชื่อฟังและเชิญชวนไปชุมนุมต่อที่ทำเนียบรัฐบาล พยายามฝ่าแนวกั้นเจ้าหน้าที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าและเดินทางไปแยกนางเลิ้ง-เข้าถนนพิษณุโลก โดยรื้อสิ่งกีดขวางบริเวณ เชิงสะพานชมัยมรุเชษฐ์ แต่ฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ไม่ได้ จึงประกาศรวมตัวกันที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และเคลื่อนไปที่ ถ.วิภาวดีรังสิต เพื่อชุมนุมบริเวณกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ โดยตำรวจได้ตั้งแนวไว้บริเวณ สามเหลี่ยมดินแดง จุดนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ใช้หัวน็อต ลูกแก้ว พลุเพลิง ปะทัดยักษ์ ระเบิดปิงปอง ขว้างปาใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นระยะ กระทั่งเวลาประมาณ 18.00 น.ได้มีการประกาศยุติการชุมนุม แต่บางส่วนยังอยู่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง และอนุสารีย์ชัยฯ เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องควบคุมสถานการณ์ โดยยืนยันการดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปตามหลักสากลและปฏิบัติตามยุทธวิธีตำรวจทุกประการ พร้อมปฏิเสธว่า ไม่ได้ปิดกั้นเส้นทางที่ส่งผลต่อการลำเลียงผู้ป่วยไป รพ. แต่อย่างใด
พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้จับกุมผู้ต้องหาดำเนินคดีรวมทั้งหมด 12 คน ประกอบด้วย กลุ่มแรก จำนวน 2 คน ยึดคีมตัดลวด, วิทยุสื่อสาร, เกราะอ่อน, หน้ากากกันแก๊ส น้ำรถยนต์ ในห้องพักโรงแรมย่านถนนข้าวสาร, กลุ่มที่สอง จำนวน 6 คน ตรวจค้นพบพลุไฟ 5 อัน, หนังสติ๊ก, หัวน๊อต, วิทยุสื่อ, เกราะอ่อน, รถยนต์ 2 คัน ภายในวัดมหรรณพาราม เบื้องต้นดำเนินคดีทั้ง 2กลุ่ม ข้อหาอั้งยี่ ซ่องโจร พร้อมส่งพลุเพลิงที่ยึดได้ตรวจพิสูจน์หากเป็นวัตถุระเบิดก็จะมีการตั้งข้อหาอีกส่วนหนึ่ง
นอกจากนี้ ช่วงบ่ายจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายเจ้าหน้าที่อีก 4 คน ส่วนข้อหาอื่น ๆ อาทิ ความผิดตามาตรา 112 อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับให้ดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดทุกข้อหา

