
เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 พล.ต.ต.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บังคับการปฏิบัติการพิเศษ, พ.ต.อ.ศิววงศ์ ดำรงสัจจ์ศิริ ผกก.3 บก.ปฏิบัติพิเศษ, พ.ต.ท.ชนะภัย วิเชียรเกื้อ, พ.ต.ท.ปริญญา เอิบอาบ รอง ผกก.3 บก.ปฏิบัติการพิเศษ สั่งการให้ พ.ต.ท.สุริยนต์ ราชพันแสน สว.กก.3 บก.ปฏิบัติการพิเศษ, ส.ต.ต.ฤกษ์กฤษ ปูลา, ส.ต.ต.อิสระพงษ์ อัศวภูมิ, ส.ต.ต.รัตนพร กลางประพันธ์ ผบ.หมู่ กก.3 บก.ปฏิบัติการพิเศษ ร่วมกันจับกุมนายชาญ นามบุรี อายุ 43 ปี ชาว จ.มหาสารคาม ผู้ต้องหาคดี “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ตามหมายจับศาลจังหวัดมหาสารคาม ที่ จ. 81/2545 ลงวันที่ 1 เดือนพฤศจิกายน 2545
ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 14 ก.ค.2544 นายชาญ ไปพบแฟนสาวนอนกับชายอื่น ผู้ตายจึงเกิดบันดานโทสะ ใช้มีดแทงไปที่ผู้ตายแล้วได้หลบหนีไป พนักงานสอบสวนจึงขอศาลเพื่อออกหมายจับนายชาญ ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของ สภ.เมืองมหาสารคาม ได้ติดตามตัวนายชาญ ตามที่ต่าง ๆ แต่ไม่พบเห็นแต่อย่างใด จึงได้ติดต่อผสานข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนของกองกำกับการ 3 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ จนกระทั่งวันที่ 8 ก.ค.2564 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมของกองกำกับการ 3 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ สืบทราบมาว่านายชาญ ได้หลบหนีมากบดานอยู่กับพี่สาวที่กรุงเทพฯเป็นเวลา 19 ปี 11 เดือน 25 วัน โดยไม่มีการทำบัตรใด ๆ หรือการทำนิติกรรมใด ๆ เลย

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงเข้าตรวจสอบว่านายชาญ ได้หลบหนีมาอยู่กับพี่สาวจริงหรือไม่ และได้วางกำลังชุดสืบสวนเพื่อติดตามนายชาญ ที่กำลังกลับมาจากการทำงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเข้าสอบถาม ขณะทำการสอบถามนั้นนายชาญก็ยังได้ใช้บัตรประชาชนที่ขโมยมาจากคนรู้จักเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ตำรวจและปฏิเสธว่าไม่ใช่เจ้าตัว โดยบอกว่าชื่อนายกฤษดา เนื่องจากนายชาญได้ทำบัตรประชาชนล่าสุดปี พ.ศ.2541 แต่จากการสอบถามของเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจนทำให้นายชาญ ยอมรับสารภาพว่าคือตนจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการจับกุมตัวนายชาญ และนำตัวส่งพนังงานสอบสวน สภ.เมืองมหาสารคาม จ.มหาสารคาม ดำเนินคดีต่อไป

