ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวภายหลังจากการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ถึงกรณีที่แผนปฏิรูปประเทศกำหนดให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปศึกษาการยืดการเกษียณอายุราชการจาก 60ปี เป็น 63 ปี ว่า ต้องคำนึงถึงคนที่อยู่ในระบบด้วย และต้องดูว่าจะให้ผู้สูงอายุมีงานทำในสาขาที่ขาดแคลนได้อย่างไร เช่น หมอ นักวิชาการ พออายุ 60 ปี ต้องเกษียณ แต่ถ้าบุคลากรเหล่านี้ยังมีประโยชน์ เราจะนำมาใช้ประโยชน์อย่างไร ซึ่งไม่ใช่เป็นการต่ออายุราชการ ใช้คำว่า ให้คนที่มีสมรรถนะ สมรรถภาพในการทำงาน ได้ทำงานเป็นที่ปรึกษา หรือผู้ทรงคุณวุฒิ เช่น หมอผ่าตัดที่มีประสบการณ์สูงๆ ที่เขาเป็นข้าราชการอยู่ บางทีมันก็ต้องจ้างต่อ เรียกว่า จ้างพิเศษ

“วันนี้อธิบดี ปลัดกระทรวงที่อยู่ ก็นานพอสมควร พอไป 63 ปี ข้างล่างก็บอกแก่ตายพอดี ไม่ได้ขึ้นกัน รัฐบาลต้องดูอย่างนี้ แยกแยะให้ออกหน่อย นี่คือ เรื่องจริง ไม่ใช่ข้อแก้ตัวอะไรทั้งสิ้น” นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับความคิดเห็นที่คณะกรรมการปฏิรูปเสนอขึ้นมานั้น รัฐบาลจะต้องพิจารณาคัดกรองอีกที ซึ่งเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข้อเสนอขั้นแรก ถึงแม้จะมีการประกาศไปแล้ว ขั้นต่อไปรัฐบาลจะต้องมีกฎเกณฑ์ ระเบียบให้ชัดเจนต่อไป

ในส่วนของกรณี ร่างยุทธศาสตร์ชาติฯ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้รับร่างดังกล่าวมาแล้ว และกำลังจะนำไปปรับปรุงจากการที่ไปรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน เพื่อปรับแก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ ต้องรับฟังความเห็นจากส่วนราชการต่าง ๆ ด้วย และขอให้เข้าใจว่าร่าง ฯ คือร่างฯ เป็นการร่างมาก่อน แล้วรัฐบาลค่อยมาปรับแก้ โดยขั้นตอนต่อไปต้องเสนอคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติพิจารณา นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติเพื่อทำกฎหมาย เมื่อเสร็จสิ้นแล้วจึงนำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อลงพระปรมาภิไธย