เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 ที่อาคารรัฐสภา นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล เเถลงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 คลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ ว่า หากทุกท่านยังจำคำให้สัมภาษณ์ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่  5 เมษายนที่ระบุว่า รัฐบาลคาดหวังว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกคนจะมีความสุข แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นอีกจนได้ และต่อให้รัฐบาลออกมาตรการอะไรออกมา ถ้าคนไม่มีจิตสำนึกก็เป็นแบบนี้เเหละ ในวันนี้จึงต้องย้อนบอกไปยัง พลเอกประยุทธ์ ว่า คนไม่มีจิตสำนึกที่กล่าวถึง  อาจจะเป็นรัฐมนตรีที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของท่าน ที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้

“สิ่งสำคัญ คือ ความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบถึงปากท้องของพี่ น้องประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ท้ายที่สุดเเล้ว ต่อจากนี้รัฐบาลต้องออกมาตรการและมีคำสั่งออกมาปกครองมากมาย เพื่อควบคุมการระบาด แต่คนที่เดือดร้อนถูกจำกัดการดำเนินชีวิต ถูกจำกัดโอกาสหรือระยะเวลาในการทำมาหากิน มีข้อจำกัดในการประกอบอาชีพ และไม่กล้าออกมาจับจ่ายใช้สอยก็ไม่พ้นพ่อค้า แม่ค้า คนตัวเล็กตัวน้อย ผู้ประกอบการรายย่อย คนขับเเท็กซี่ ผู้ประกอบการร้านอาหาร sme ธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง”

นายวิโรจน์ กล่าวว่า ครั้งกรณีการระบาดคลัสเตอร์ตลาดกลางกุ้ง  จ. สมุทรสาคร ก็สร้างความผิดหวังให้กับประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยมาแล้วครั้งนึง ทำให้เศษฐกิจหยุดชะงัก ซึ่งเราก็ภาวนาว่า ในช่วงปีใหม่ และสงกรานต์ที่จะมาถึงประชาชนจะได้นำเงินไปชำระหนี้สินที่เกิดขึ้นจากวิกฤติโควิด และการบริหารราชแผ่นดินของรัฐบาลที่ล้มเหลว วัคซีนที่ล่าช้า จนไม่อาจคืนวิถีชีวิตและการค้าขายของประชาชนให้ใกล้เคียงกับสภาวะปกติได้ แต่พอเริ่มคลี่คลายก็ปรากฏว่ามาเจอคลัสเตอร์ที่ทองหล่ออีก

ดังนั้น สิ่งที่ต้องเรียกร้อง คือ รัฐบาลไม่ใช่เเค่จะมาสั่งคำสั่งปกครอง จำกัดสิทธิเสรีภาพให้ประชาชนต้องเดือดร้อนจากการทำมาหากินเท่านั้น แต่ให้มีความรับผิดชอบในการออกมาตรการเยียวยาให้กับประชาชนที่ต้องเดือดร้อนไปด้วย ไม่อย่างนั้นเราจะได้ยินตามสื่อโซเชียลทำนองว่า โควิดติดคนรวย ซวยคนจน, เศรษฐีเป็นคนก่อ คนซวยต่อเป็นประชาชน, คนติดขับรถเบนซ์ คนลำเค็ญนั่งรถเมล์, เหตุเกิดที่ร้านแพงเเพง ร้านข้าวแกงเป็นคนรับกรรม

“พวกเราไม่อยากเห็นภาพเเบบนี้ เราอยากเห็นมาตรการที่ออกมาเยียวยา และขอโทษประชาชน แสดงความรับผิดชอบกับประชาชน ไม่ใช่ออกมาบังคับประชาชนเพิ่มขึ้น ข่มขู่ ประชาชนเพิ่มขึ้น เพราะผู้ที่ต้องรับผิดชอบวันนี้ อาจจะเป็นบุคคลในคณะรัฐมนตรีที่อยู่ใกล้ชิดกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”

นายวิโรจน์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่เรียกร้องต่อไปคือ ให้มีการใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคในการเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียด ในกรณีล่าสุด มีอย่างน้อย 3 บุคคล ที่ยังไม่พบการเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียด กรณีเเรก คือ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าคนอื่น เพราะหัวหน้าพรรค คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  รัฐมนตรีศักดิ์สยาม จึงต้องมีความรับผิดชอบเหนือประชาชนทั่วไป อาทิ การลงทะเบียนแอปพลิเคชั่น ‘หมอชนะ’ และกรณีที่เดินทางไปยังสถานที่เเห่งใด ต้องมีการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่น ‘ไทยชนะ” หรือต้องมีการใช้ google map ในการค้นหาเส้นทางที่จะเดินทางไปแน่นอน จึงขอให้เปิดข้อมูล ชี้แจงต่อประชาชนอย่างละเอียด

กรณีที่สอง พลโทสรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งขอเรียกร้องให้เปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียด ไม่ต้องกังวลว่าจะทำไม่ได้ เพราะ พลโทสรรเสริญ ขนาดผังล้มเจ้าที่ท่านไปสารภาพกลางศาลว่า สร้างขึ้นมาเอง ยังทำได้ ไทม์ไลน์เป็นเรื่องของตัวเอง ท่านย่อมต้องทำได้เช่นกัน และกรณีสุดท้าย คือ ข้าราชตุลาการที่ จ.นนทบุรี ท่านหนึ่งที่ยังไม่เปิดเผยไทม์ไลน์

“ในวันที่ 7 มกราคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค. ได้ระบุว่า ถ้าท่านใดติดเชื้อโควิด และไม่มีแอปพลิเคชั่น ‘หมอชนะ’ มีความผิดตามกฎหมายด้วย ซึ่งท่านกลับลำในเวลาต่อมาก็จริง แต่ก็ยังมีโฆษกรัฐบาลออกมาย้ำว่า การปกปกปิดไทม์ไลน์ มีความผิดทางกฎหมาย ซึ่งมีการเผยเเพร่ในเว็บไซต์ไทยคู่ฟ้าของรัฐบาลด้วยว่า การปกปิดไทม์ไลน์ ผิดกฎหมายทั้ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และถ้าปกปิดด้วยและบอกความเท็จด้วย ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 137 ให้ข้อมูลเท็จ มีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท อย่างไรก็ตามผู้ที่ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือ นายกรัฐมนตรี และท่านบังคับใช้กับประชาชนเป็นว่าเล่น โดยอ้างการควบคุมการระบาดของโรค แต่วันนี้การระบาดมันอยู่ใกล้ท่าน อยู่ในคณะรัฐมนตรีของท่านเรียบร้อยเเล้ว จึงอยากเรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี กล้าหาญใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับคนในบังคับบัญชาของท่านอย่างเสมอภาค เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่า ประเทศนี้ความเสมอภาคกันทางกฎหมาย ซึ่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 7 มาตรา 9 การจงใจปดปิดข้อมูลไทม์ไลน์มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท” วิโรจน์ กล่าว

ทั้งนี้ นายวิโรจน์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ในนามของ พรรคก้าวไกล นอกจากขอเรียกร้องให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียดเพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมและเป็นปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข อำนวยความสะดวกก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการสอบสวนโรคและควบคุมโรคแล้ว

“หากไม่ดำเนินการตาม ในฐานะรัฐมนตรี ควรเเสดงความรับผิดชอบที่สูงกว่านั้น คือ การลาออก ดังกรณี นายเดวิด คลาร์ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นิวซีเเลนด์ ที่เคยฝ่าฝืนมาตรการควบคุมการระบาดของโรค ก็เเสดงสปิริตลาออกมาเเล้ว ซึ่งสถานะของนายศักดิ์สยาม ก็คือ ลูกพรรคภูมิใจไทยที่มี นายอนุทิน เป็นทั้งหัวหน้าพรรคและเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข  จึงเป็นบุคคลที่ควรต้องแสดงสปิริตในมาตรฐานสูงเพื่อเป็นแบบอย่างในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย”

โฆษก พรรคก้าวไกล กล่าว