วันนี้ (8 เมษายน 2564) เวลา 13.00 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษกตร.) เปิดเผยถึงมาตรการในช่วงสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ว่า ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้ให้ความสำคัญเกี่ยวกับมาตรการในการสกัดกั้นโควิด-19 โดยตำรวจส่วนกลาง หรือหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องได้สั่งการให้มีการ Work from home โดยที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งให้ลดจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มาทำงานเหลือครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งให้ทำงานอยู่ที่บ้าน และในวันพรุ่งนี้ (9 เม.ย.)  ซึ่งเป็นวันแรกของ 7 วันอันตราย ได้ให้ความสำคัญในการดูแลความปลอดภัยให้กับประชาชน และคุมเข้มเรื่องการไม่ดื่มแอลกอฮอล์ รวมถึงจุดตรวจจุดสกัดต่างๆ ที่มีจะต้องดำเนินการตามนโยบาย เพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ นอกจากนี้ยังเพิ่มมาตรการโควิด-19 โดยมีมาตรการในการป้องกันตัวเองต่างๆ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปฏิบัติงานหลีกเลี่ยงไม่ให้สัมผัสกับเชื้อ ส่วนเจ้าหน้าที่ที่มีความเสี่ยงไม่ให้ทำงานสัมผัสกับประชาชนให้กักตัวเองอยู่ที่บ้าน ซึ่งยังไม่สามารถสรุปตัวเลขของตำรวจที่ติดเชื้อได้ เนื่องจากบางส่วนในวันนี้ได้เข้าตรวจหาเชื้อที่โรงพยาบาลตำรวจ อีกส่วนหนึ่งก็ยังรอผลจากโรงพยาบาลต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจอยู่  อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายของวันนี้ ทางพล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้เรียกประชุมเกี่ยวกับมาตรการโควิด-19

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวถึงกรณีที่ นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย เตรียมเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อกมธ. กรณีที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 จากสถานบันเทิงย่านทองหล่อว่า เป็นแนวทางของนายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย ที่จะดำเนินการก็ให้ว่าไปตามหน้าที่ที่จะมีการตรวจสอบคู่ขนานกันไป แต่ในส่วนของตำรวจได้มีแนวทางการทำงาน ซึ่งทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้สั่งกำชับไปแล้วหลายครั้งให้มีการตรวจสอบ หากพบว่ามีการกระทำผิดก็ให้ดำเนินการไปตามขั้นตอน ซึ่ง 2 วันที่ผ่านมาทางพล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ก็ได้มีการลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตัวเองแล้ว

ส่วนตามปรากฎข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 บางราย มีไทม์ไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการไปใช้บริการสถานบันเทิง ร้านอาหารบริเวณย่านทองหล่อ กรุงเทพมหานครนั้นพล.ต.ต. เปิดเผยว่า ตั้งแต่มีสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้มีการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล และปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจนครบาล ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ผู้ประกอบการ ดำเนินการตามมาตรการอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งยังได้มีการจัดเจ้าหน้าที่สายตรวจปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง และมีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนออกสืบสวนหาข่าวผู้กระทำผิดอีกด้วย ในส่วนภูมิภาคซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 1 – 9 ก็มีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในมาตรฐานเดียวกัน

“สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ขอให้ทุกคนร่วมมือปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดอย่างเคร่งครัด เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของโรคให้หยุดลงโดยเร็วที่สุด”

พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวและว่า เมื่อวันที่ 8 เม.ย.64 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจในห้วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยให้หน่วยงานที่มีที่ตั้งในสำนักงานงานตำรวจแห่งชาติ แบ่งกำลังครึ่งหนึ่ง ปฏิบัติราชการ ณ ที่พัก (Work From Home) โดยให้ผู้บังคับบัญชาติดตามตรวจสอบ มิให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง ในส่วนของหน่วยที่ต้องให้บริการประชาชน ให้พิจารณาตามความเหมาะสม

ในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดเชื้อโควิด-19 โดยมีข้อมูลเบื้องต้น ณ วันที่ 8 เม.ย.64 เวลา 12.00 น. จำนวน 42 ราย แบ่งตามสังกัด ดังนี้

– บช.น. 18 ราย

– สตม. 7 ราย

– สอท. 1 ราย

– สันติบาล 1 ราย

– ก.ตร. 1 ราย

– สื่อสาร 1 ราย

– ภ.1 1 ราย

– ภ.5 8 ราย

– ภ.7 1 ราย

– ทว. 1 ราย

– รพ.ตร. 1 ราย

– ข้าราชการบำนาญ 1 ราย

ซึ่งทั้งหมดได้เข้ารับการรักษาตัวแล้ว และได้มีการตรวจและกักตัวผู้ใกล้ชิดทั้งหมดแล้ว ตามมาตรการของ ศบค. หากมีข้อมูลในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ติดเชื้อเพิ่มเติมอีก จะรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

โฆษก ตร. ยังกล่าวอีกว่า ในส่วนของสถานที่ สถานประกอบการ ร้านอาหาร หรือสถานบริการ ในพื้นที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล ที่เป็นจุดต้นเหตุการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 นั้น ผบ.ตร. ได้กำชับให้ตำรวจนครบาลตรวจสอบ รวบรวมพยานหลักฐานแล้ว หากพบการกระทำผิดให้ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป