ที่ห้องประชุมชั้น 2 พลาซ่า เดอะ โคสต์ คอมมูนิตี้ มอลล์ นายไพบูลย์ นิติตะวัน แกนนำพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวถึงการสนับสนุนพล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้เป็นนายกรัฐมนตรี แม้ว่าขณะนี้จะมีหลายพรรคการเมืองประกาศสนับสนุนด้วยเช่นกัน ว่า นโยบายหลักของพรรคคือการผลักดันให้มีสภาประชาชนปฏิรูปในแต่ละจังหวัด เพื่อถ่วงดุลและเพิ่มอำนาจให้กับประชาชน ส่วนการสนับสนุนพล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่นโยบายหลักแต่เป็นนโยบายรองของพรรคที่จะสนับสนุนบุคคลที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองใดให้เป็นนายกฯคนกลาง ส่วนตัวมองว่าพล.อ.ประยุทธ์ มีคุณสมบัติครบถ้วน มีความสามารถ และซื่อสัตย์สุจริต และขณะนี้ยังไม่พบการทุจริตของพล.อ.ประยุทธ์ และครอบครัว ดังนั้นจึงเหมาะสมที่สุด

ส่วนกรณีหากพล.อ.ประยุทธ์ตอบรับและสังกัดพรรคการเมืองอื่นนั้น นายไพบูลย์ ระบุว่าจะต้องปรึกษาคนในสมาชิกพรรคก่อน แต่ส่วนตัวคิดว่าเรื่องนี้ยังอีกนาน อย่างไรก็ตามไม่ได้ผูกมัดว่านายกฯคนกลางจะต้องเป็นพล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียว แต่ขอให้เป็นคนที่มีคุณสมบัติในขั้นต้น

นายไพบูลย์ กล่าวว่า เนื่องจากการตั้งพรรคการเมืองประชาชนปฏิรูปขึ้นมาทางพรรคจะไม่ส่งตัวแทนของพรรคเข้าเสนอชื่อเป็นนายกฯอยู่แล้ว และจะไม่สนับสนุนบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีจากพรรคอื่นด้วยเช่นกัน และหากพรรคการเมืองสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนนายกฯได้มากกว่านายกฯคนนอก

เมื่อถามว่า หากพรรคการเมืองอื่นสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนนายกรัฐมนตรีตามบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองได้ จะดำเนินการอย่างไร นายไพบูลย์ ตอบว่า พรรคจะอยู่ข้างเดียวกับสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และส่วนตัวเชื่อว่าสามารถรวบรวมบัญชีรายชื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จากหลายพรรคได้ไม่น้อยกว่า 125 เสียง และเมื่อรวมกับ ส.ว. อีก 250 เสียง เพื่อให้ได้เสียงมากกว่า 375 เสียง เพื่อลงชื่อไม่เอานายกรัฐมนตรี ในบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองเสนอมา ตนมองว่าถ้าได้นายกรัฐมนตรีที่เป็นนายกรัฐมนตรีคนกลาง จะยังสามารถทำงานได้ ไม่อ่อนแอตามที่หลายฝ่ายกังวล  อย่างไรก็ตามจำนวนส.ส.ไม่ใช่เป้าหมายหลักของพรรค แต่ประเมินว่าพรรคน่าจะได้ส.ส.จำนวนมาก จนเป็นที่น่าพอใจ

เมื่อถาม ถึงข้อเสนอเรื่องการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ นายไพบูลย์ ระบุว่า เป็นเพียงวาทะกรรม เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้จะต้องใช้เสียงข้างมากในสภาเป็นตัวตัดสิน และส่วนตัวยังเชื่อว่าการเลือกตั้งจะเป็นไปตามโร๊ดแมปคือเกิดขึ้นภายในเดือน ก.พ. 2562 เพราะยังไม่พบว่าจะมีสัญญาณเปลี่ยนแปลง แต่หากไม่เป็นไปตามนั้น เชื่อว่าจะต้องมีเหตุผลที่สามารถเข้าใจได้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ตามนายไพบูลย์ ระบุว่า จำนวนส.ส. ไม่ใช่เป้าหมายหลักของพรรค แต่ส่วนตัวประเมินทางพรรคว่าจะได้ส.ส.จำนวนมากจนเป็นที่น่าพอใจ