ดร.อัญชลิน พรรณนิภา ประธาน บริษัท ทีคิวเอ็ม คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (TQM) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2564 ว่า บริษัทได้วาง 5 กลยุทธ์หลักในการดำเนินธุรกิจซึ่งเป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ 5 ปี ประกอบด้วย
กลยุทธ์ที่ 1. การรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ด้วยผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลาย กลยุทธ์ที่ 2. การนำเสนผลิตภัณฑ์ประกันที่เพิ่มโอกาสในการขายกับลูกค้าเดิมมากยิ่งขึ้น
กลยุทธ์ที่ 3. การร่วมกับพันธมิตรผ่านโครงการ TQM Transformations เพื่อนำเทคโนโลยีมาปรับใช้กับระบบงานของกลุ่มบริษัท
กลยุทธ์ที่ 4. การร่วมลงทุนหรือเข้าซื้อกิจการของบริษัทที่มีธุรกิจที่จะเป็นการส่งเสริมระหว่างกัน เช่น การร่วมลงทุนใน บริษัท ที คิว อาร์ จำกัด (มหาชน) เพื่อเสริมศักยภาพและสร้างอัตราการเติบโตอย่างยั่งยืน และ
กลยุทธ์ที่ 5. เป็นการเตรียมแผนขยายตลาดไปยังต่างประเศอย่างต่อเนื่อง โดยเริ่มที่กลุ่มลูกค้าและตลาดที่น่าใจและมีกำลังซื้อสูงในกลุ่ม CLMV เช่น กัมพูชา และลาว ที่ได้ดำเนินการไปแล้วและอยู่ระหว่างพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม
เพื่อส่งให้ผู้บริโภค
อย่างไรก็ตามจากกลยุทธ์การเสริมแกร่ง จับตา M&A เพิ่มยอดเบี้ยประกันทะลุกว่า 25,000 ล้านบาท เติบโต 60% และคาดว่าภายในปี 2569 TQM จะเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 50,000 ล้านบาท

สำหรับผลการดำเนินงานในปี 2563 ที่ผ่านมา บริษัทมีเบี้ยประกันภัยรับรวมอยู่ที่ 15,020 ล้านบาท เติบโต 15% มีรายได้รวม 3,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.7% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นรายได้จากการให้บริการ จำนวน 3,082.5 ล้านบาท และรายได้จากดอกเบี้ยและผลตอบแทนจากเงินกองทุน 53.5 ล้านบาท ภายใต้การบริหารจัดการการทำงานและควบคุมค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ จำนวน 702 ล้านบาท เพิ่มขึ้น
194.7 ล้านบาท คิดเป็น 38.4%

อย่างไรก็ตามในปีที่ผ่านมาบริษัทมีอัตราการเติบโตเป็นไปตามเป้าหมายซึ่งเป็นผลมาจากผู้บริโภคได้ให้ความสนใจในการทำประกันภัย โดยเฉพาะประกันสุขภาพมากยิ่งขึ้น เนื่องจากการเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ ทำให้ผู้บริโภคหันมาใส่ใจในเรื่องสุขภาพและการทำประกันภัยมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เช่น ประกันโควิด ที่มียอดขายเกินกว่า 1 ล้านกรมธรรม์และปัจจุบันยังคงมียอดขายและคำสั่งซื้อ ทั้งในส่วนของลูกค้าต่ออายุและลูกค้ารายใหม่อย่างต่อเนื่อง

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกใหม่ทำให้บริษัท มีจำนวนลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากฐานลูกค้าเดิมที่มีอยู่แล้วกว่า 2 ล้านราย ทั่วประเทศ ปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1 ล้านราย รวมแล้วกว่า 3 ล้านรายจากการ
ซื้อประกันโควิดภายในช่วงระยะเวลา 3 เดือน

ทั้งนี้ จากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564
มีมติจ่ายเงินปันผล 1.15 บาทต่อหุ้น ซึ่งกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นได้รับสิทธิ์ (RD)
วันที่ 10 มีนาคม 2564 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 14 พฤษภาคม 2564