7 กพ.2564 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป., พ.ต.ท.ณัทกฤช น้อยคำปัน, พ.ต.ท.ปวิช ข่าทิพย์พาที, พ.ต.ท.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น, พ.ต.ท.ภูวนนท์ สมัครไทย รอง ผกก.5 บก.ป.
พ.ต.ต.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ป.
ได้ร่วมกันจับกุม นายสุวิช (สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดราชบุรี ที่ 323/2552 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2552 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร, ยิงอาวุธปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชน ”
จับกุม ได้ บริเวณริมถนนเลียบคลองชลประทานลำพยา-บางแขม ต.ลำพยา อ.เมือง จ.นครปฐม
สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2552 ขณะนั้นนายสุวิชฯ (ผู้ต้องหา) มีอาชีพขับรถสิบล้อบรรทุกทรายในพื้นที่ อ.โพธาราม จ.ราชบุรี โดยหลังจากเสร็จงานก็ได้มานั่งตั้งวงดื่มเหล้ากับนายเอฯ (ผู้เสียหาย) ซึ่งเป็นรุ่นน้องที่ทำงานขับรถสิบล้อด้วยกันในบ่อทรายดังกล่าว เมื่อนายสุวิชฯ มีอาการมึนเมา จึงได้ด่าทอนายเอฯ ที่มาแย่งจีบสาวคนเดียวกันกับตนเอง ซึ่งนายเอฯ ก็ได้ตอบกลับไปว่า “ใครดีใครได้ ไม่มีใครห้ามใครได้ อยู่ที่ผู้หญิงจะเลือกใคร” จึงทำให้นายสุวิชฯ รู้สึกว่าถูกรุ่นน้องท้าทาย จึงได้ตรงเข้าไปทำร้ายโดยใช้ขวดเบียร์ตีที่ศีรษะนายเอฯ จนเลือดอาบและใช้ขวดที่แตกเป็นปากฉลามแทงเข้าที่ลำตัวนายเอฯ จนเพื่อนในวงเหล้าต้องเข้ามาห้าม แต่นายสุวิชฯ ได้ชักอาวุธปืนที่พกติดตัวมาด้วย ยิงขู่ ห้ามไม่ให้ใครเข้ามาช่วย จากนั้นนายสุวิชฯ จึงได้ใช้เท้ากระถืบไปที่หน้าของนายเอฯ จนทำให้นายเอฯ กรามหัก ต้องรักษาตัวเป็นเวลาหลายเดือน
ต่อมา ทางผู้เสียหายจึงได้เข้าเเจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานของขออนุมัติหมายจับจากศาลตามหมายจับดังกล่าว
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม ได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า ผู้ต้องหาหลบหนีมาทำงานขับรถสิบล้อที่ท่าทราย ใน อ.เมือง จ.นครปฐม จึงได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ เมื่อพบผู้ต้องหา จึงได้ทำการจับกุม และนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถาม ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ ว่าตนเองถูกนายเอฯ ทำร้ายร่างกายก่อน จึงต้องป้องกันตัวเอง โดยใช้ปืนยิงขู่ แต่นายเอฯ วิ่งหนี หกล้มกรามหักเอง ตนเองไม่ได้เป็นคนทำแต่อย่างใด


