19 มค 2564 กองบังคับการปราบปราม ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป., พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ, พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป., พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล, พ.ต.อ.ปิยพล แป้นแก้ว, พ.ต.ท.ศิลป์ชัย ถวัลย์ภิญโย, พ.ต.ท.กันตเมศฐ์ อัครโชควรานนท์ รอง ผกก.6 บก.ป.
พ.ต.ท.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป., ร.ต.อ.แดนรบ สมัยชูเกียรติ, ร.ต.อ.อนุวัฒน์ ณ ปัตตานี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป.
ร่วมกันจับกุม
1.นายบุญช่วย (สงวนนามสกุล) อายุ 58 ปี ผู้ต้องหาที่ 1
2.นายสุริยา (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาที่ 2
3.นายสวัสดิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ผู้ต้องหาที่ 3
แจ้งข้อหาว่า “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น, กรรโชกทรัพย์ผู้อื่น และขู่เข็ญให้ผู้อื่นเกิดความกลัว”
จับกุมได้ภายในปั๊มน้ำมัน ถ.สุขยางค์ ต.สะเตง อ.เมืองยะลา จ.ยะลา
สืบเนื่องมาจาก เมื่อช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากการบังคับให้ซื้อบัตรชมกิจกรรมคอนเสิร์ตฯ จำนวนมาก และมีผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ ว่ามีกลุ่มบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตระเวนบังคับ ขู่เข็ญ ให้ช่วยซื้อบัตรคอนเสิร์ตแลกกับการไม่ถูกจับกุมดำเนินคดีในหลายท้องที่ ซึ่งเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด 19และน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้และจังหวัดสงขลา

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กองปราบจึงได้ลงพื้นที่สืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ก่อเหตุดังกล่าว กระทั่งวันที่ 16 มกราคม 2564 มีพลเมืองดีแจ้งว่ามีกลุ่มบุคคลแต่งกายคล้ายกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาแสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสารวัตร ทำทีเข้าตรวจสอบและตรวจค้นผู้เสียหาย และกล่าวหาว่าผู้เสียหายได้กระทำผิดกฎหมายที่มีโทษทางอาญา พร้อมแจ้งว่าจะต้องถูกจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าหากผู้เสียหายไม่อยากถูกจับกุมดำเนินคดี จะต้องนำเงินสดจำนวน 20,000 บาท มามอบให้ นอกจากนี้กลุ่มคนร้ายยังอ้างว่ามีความสนิทสนมกับนายตำรวจระดับสูงหลายคน ทำให้ผู้เสียหายหลงชื่อว่ากลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง จึงส่งมอบเงินสดจำนวน 3,000 บาทให้ แต่ทางกลุ่มบุคคลดังกล่าวไม่พอใจ จึงได้บังคับ ขู่เข็ญ ผู้เสียหาย ได้เงินไปรวมทั้งสิ้น 6,000 บาท และก่อนหลบหนีไป ทางผู้ต้องหาได้ให้ผู้เสียหายถ่ายรูปกับบัตรชมกิจกรรมพร้อมกับเงินจำนวน 2,000 บาท
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.6 บก.ป. ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ได้ทำการสืบสวน จนทราบตัว ผู้ก่อเหตุ ว่าเป็นกลุ่มของเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่ขายบัตรชมกิจกรรม จึงได้ติดต่อไปยังนายบุญช่วยฯ (ผู้ต้องหาที่ 1) ซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ควบคุมดูแลเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ที่ไปบังคับ ขู่เข็ญผู้เสียหาย และทาง นายบุญช่วยฯ (ผู้ต้องหาที่ 1), นายสุริยาฯ (ผู้ต้องหาที่ 2) และ นายสวัสดิ์ฯ (ผู้ต้องหาที่ 3 ) ได้ติดต่อนำเงินมาคืนผู้เสียหายบริเวณที่จับกุม พร้อมทั้งแสดงเอกสารและอธิบายเกี่ยวกับการเรี่ยไรเงินให้เจ้าหน้าที่ทราบ โดยมีการแอบอ้างว่ารู้จักกับนายตำรวจระดับสูงหลายคน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงทำการจับกุมและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองยะลา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการตรวจสอบห้องพัก ที่ผู้ต้องหาพักอาศัยพบของกลางจำนวนหลายรายการ อาทิ เสื้อกั๊ก เสื้อโปโลที่มีตราสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ บัตรขององค์กรต่างๆ ที่ทำขึ้นมาเลียนแบบ และมีการเปิดห้องพักโดยใช้ชื่อว่า “ตำรวจ” จำนวน 7 ห้อง
จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า บัตรกิจกรรมที่กลุ่มคนร้ายนำมาจำหน่ายมีอยู่จริง แต่กลุ่มคนร้ายจะนำมาจำหน่ายในราคาสูง ซึ่งมีผู้เสียหายบางรายได้มอบเงินให้กับกลุ่มคนร้ายเป็นจำนวนเงินหลักหมื่น ถึงหลักแสน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผลเพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งหมด ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยนายบุญช่วยฯ ให้การรับว่าเป็นผู้ควบคุมดูแลการปฏิบัติของกลุ่มคนร้ายที่ไปก่อเหตุ และกลุ่มผู้ต้องหาจะได้รับส่วนแบ่งในการขายบัตรเข้าชมกิจกรรมดังกล่าว จำนวน 20% จากยอดขาย โดยได้ตระเวนขายบัตรเข้าชมกิจกรรมดังกล่าวมาแล้วหลายจังหวัด มียอดเงินสะพัดหลายล้านบาท แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรตำรวจแต่อย่างใด
ทางกองบังคับการปราบปราม จึงขอประชาสัมพันธ์ให้กลุ่มผู้ประกอบการ และประชาชนที่ถูกกลุ่มคนร้ายบังคับ ขู่เข็ญ ในทำนองเดียวกันกับผู้เสียหายในคดีนี้ ให้ท่านเข้าแจ้งความร้องทุกข์ตาม สถานีตำรวจในท้องที่ และหากมีกลุ่มที่อ้างตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเรี่ยไรเงินขอรับบริจาค ขอให้ท่านตรวจสอบข้อมูลให้แน่ชัดเสียก่อน
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป. โทรศัพท์ 081-615-5392

