เมื่อเวลา 13.40 น. วันที่ 14 ม.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผบ.ตรป พร้อมด้วย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. พล.ต.ต.สําราญ นวลมา พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร พล.ต.ต.พีระพงษ์ วงษ์สมาน รองผบช.น. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว ผบก.สปพ. พ.ต.อ.นครินทร์ สุคนธวิท รอง ผบก.น.9 พ.ต.อ.ปิยรัช สุภารัตน์ ผกก.สายตรวจ พ.ต.ต.ไพบูลย์ สอโส สว.งานสายตรวจ 1 และนายสุนทร ชื่นศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร ร่วมกันแถลงผลระดมกวาดล้าง และจับกุมคดียาเสพติดในห้วง 7 วัน ระหว่างวันที่ 14-20 ม.ค. กัญชา 267.25 กิโลกรัมยาไอซ์จำนวน 1190 กรัมยาบ้า 19,302 เม็ด รถยนต์3 คันรถจักรยานยนต์4คัน เงินสด 182,820 บาท นอกจากนี้ทำการตรวจยึด ปืนยาวอัดลม3 กระบอก ปืนยาวขนาด . 22 จำนวน 1 กระบอกปืนยาวขนาด 7.62 จำนวน 1 กระบอก ปืนสั้น7กระบอก กระสุนปืน 174 นัด ผู้ต้องหา 18 ราย

พล.ต.อ.มนู กล่าวว่า จากกรณีการตรวจพบเคนมผงส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่กรุงเทพมหานครหลายราย ทาง พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. ผบช.น. จึงสั่งการให้บูรณาการร่วมตรวจค้นระดมกวาดล้างอาชญากรรมทุกรูปแบบโดยเฉพาะยาเสพติด ทั้งนี้จะระดมกวาดล้าง 7 วัน ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก มีการปิดล้อมตรวจค้น 17 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้จำนวนมาก โดยกรณีที่น่าที่สนใจ เป็นผลการระดมกวาดล้างของกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษที่สามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ 14 รายของกลางเป็นกัญชา 200 กิโลกรัมยาไอซ์จำนวน 1190 กรัมยาบ้า 19,302 เม็ด รถยนต์3 คันรถจักรยานยนต์4คัน เงินสด 182,820 บาท นอกจากนี้ทำการตรวจยึด ปืนยาวอัดลม3 กระบอก ปืนยาวขนาด . 22 จำนวน 1 กระบอกปืนยาวขนาด 7.62 จำนวน 1 กระบอก ปืนสั้น7กระบอก กระสุนปืน 174 นัด ซึ่งเป็นเครือข่ายลักลอบจำหน่ายยาเสพติดให้กับลูกค้าบริเวณพื้นที่สุขสวัสดิ์ – พระสมุทรเจดีย์ หลังได้รับแจ้งว่าบ้านพักย่านสุขสวัสดิ์ 86 ถูกใช้เป็นสถานที่พักเก็บยาเสพติด เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในส่วนของสน.บางขุนเทียนได้จับกุม 4 ผู้ต้องหา ภายในบ้านเช่า ซอยศาลธนบุรี เขตภาษีเจริญ พร้อมของกลางกัญชา 67.25 กิโลกรัม กล่องพัสดุ จำนวน 7 ใบ เทปกาว เครื่องชั่งดิจิตอล เครื่องซีสสูญญากาศ และอุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในการแพ็คของ จากการสอบถาม นายยศพล ให้การสารภาพว่า ของกลางดังกล่าวเป็นของตนจริง โดยมีชายคนหนึ่งได้ติดต่อผ่านทางแอพพลิเคชั่นไลน์ว่าจ้างให้ตนไปรับกัญชาจำนวน 90 กิโลกรัม จากจังหวัดปทุมธานี ไปส่งต่อให้ลูกค้าพื้นที่ต่างๆ อีกส่วนแบ่งขายผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีน.ส.ธิติรัตน์ ทำหน้าที่ในการจัดส่งกัญชาให้กับลูกค้า ผ่านบริการขนส่งพัสดุ

จากการตรวจค้นเพิ่มเติมบริเวณชั้นล่างของบ้าน ยังพบ อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด 9 มม. พร้อมกระสุนปืน และอุปกรณ์ในการต้มพืชกระท่อม ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สน.บางขุนเทียน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ภายหลังแถลงข่าว พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวถึงความคืบหน้าคดีเคนมผง ว่า ภาพรวมผู้ที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการเสพยาเสพติดชนิดนี้มีทั้งสิ้น 23 ราย จำนวนนี้มีผู้เสียชีวิต 9 ราย อยู่ระหว่างรักษาตัว 5 ราย โดยอยู่ในห้องไอซียู 3 ราย อีก 2 รายกลับบ้านได้แล้ว ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ประกอบด้วยพื้นที่สน.วัดพระไกร 4 รายคาดว่าในวันนี้จะสามารถติดตามจับกุมตัวได้เพิ่มเติมอีก 1 ราย ขณะที่ในพื้นที่สน. สุทธิสาร เชื่อว่าจะมีความคืบหน้าภายในระยะเวลา 1-2 วันจากนี้ ส่วนสน.โชคชัย ขณะนี้จับกุมได้แล้ว 2 ราย เบื้องต้นพบยาเสพติดชนิดดังกล่าวที่นำมาจำหน่ายในแต่ละท้องที่มีความเชื่อมโยงกันโดยเฉพาะของกลางที่พบในพื้นที่สน.วัดพระยาไกร, สุทธิสาร และ สายไหม ขณะที่สาเหตุการตายยังไม่ชัดเจนต้องรอผลการตรวจพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ายาเคนมผงของแต่ละท้องที่มีการนำมาผสมกันเองหรือไม่นั้น ไม่ขอยืนยันว่ามีการผสมมาตั้งแต่ต้นทางหรือนำมาผสมที่ปลายทางแต่เท่าที่ทราบ ผู้เสพแต่ละคนจะมียาเสพติดคนละชนิดมากันเองอยู่แล้ว ขณะที่บางส่วนก็มีคนนำมาขายให้

สำหรับการเก็บหลักฐานในพื้นที่สน.วัดพระยาไกรส่งตรวจพิสูจน์ 2 จุด โดยจุดแรกที่มีผู้เสียชีวิต ผลตรวจของกลางที่พบมีเคตามีนและไดอะซีแพม อีกจุดบริเวณอู่แท็กซี่ พบของกลางยาเสพติดหลายถุง ผลตรวจถุงแรกพบเป็นเคตามีน อีกถุงมีส่วนผสมของเฮโรอีน ส่วนธนบัตรที่ใช้ห่อยาเสพติดพบเฮโรอีน นอกจากนี้ผลตรวจของกลางยังพบยาอีอีกจำนวนหนึ่ง จนถึงขณะนี้มีการจับกุมผู้จำหน่ายคดียาเสพติด 8 คน 5 คดี ซึ่งได้มีการดำเนินการอยู่ใน 2 ลักษณะคือการจับกุมเครือข่ายซึ่งเป็นบุคคลที่นำยาเสพติดมาจำหน่ายในพื้นที่ของกองบัญชาการตำรวจนครบาล นอกจากนี้ได้ระดมกวาดล้างยาเสพติดที่แพร่ระบาดอยู่ตามชุมชุนต่างๆ อยู่ โดยจะมีการระดมกวาดล้างต่ออีก 1 สัปดาห์ ต้องฝากไปถึงผู้นำชุมชน ครอบครัว ต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาสอดส่องดูแล หากพบเบาะแสให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง และให้ช่วยตักเตือนบุตรหลานไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด อย่างไรก็ตาม จากกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกต ว่าการนำยาเคนมผงมาจำหน่าย อาจเข้าข่ายความผิดประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย นอกเหนือจากข้อหาครอบครองและจำหน่ายโดยผิดกฎหมายได้หรือไม่นั้น พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน หากพบเข้าองค์ประกอบ ก็จะพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป พร้อมยืนยันจะเร่งดำเนินการติดตามจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในการนำยาเสพติดชนิดนี้มาจำหน่ายทั้งรายใหญ่และรายย่อยมาดำเนินคดีให้ได้ภายในระยะเวลา 7 วัน

ขณะที่ นายสุนทร ชื่นศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร ให้ข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติด ชนิดใหม่ ซึ่งมีชื่อเรียกว่า ทะเลทราย ว่า ยาเสพติดชนิดดังกล่าว มีส่วนผสมเท่าที่ทราบขณะนี้คือเคตามีน และเฮโรอีน ซึ่งที่ผ่านมาในต่างประเทศมีการผสมยาเสพติดกันเองอยู่แล้ว เรียกว่า ค็อกเทล ชื่อเรียกขึ้นอยู่กับกลุ่มของผู้ที่เป็นคนผสมจะตั้งขึ้นมาเอง
/////////