เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป., พ.ต.ต.พิเชต ชมมณฑา สว.กก.2 บก.ป., พ.ต.ต.พัฒษพงศ์ เสณีแสนเสนา สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังเข้าจับ นายกิตติพล ขันตยานุวงศ์ อายุ 39 ปี ตามหมายจับศาลแขวงชลบุรีที่ จ 210/2562 ลงวันที่ 29 พ.ย. 2562

ข้อหา ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ จับได้ที่ วัดกอบกุลรัตนาราม ต.สะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา สืบเนื่องจากเมื่อปี 2561 ได้มีหญิงสาวรายหนึ่ง เข้ามาติดต่อขายที่ดินในพื้นที่ อ.หนองใหญ่ จ.ชลบุรี ให้กับผู้เสียหายซึ่งเป็นนายทุน มูลค่า 3 ล้านบาท เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อตกลงซื้อที่ดินพร้อมกับจ่ายเงินให้กับหญิงสาวคนดังกล่าวไป ปรากฎว่ากลับไม่ได้รับที่ดินตามที่ตกลงซื้อขายไว้ โดยอ้างว่าติดปัญหาเกี่ยวกับโฉนด ก่อนจะบ่ายเบี่ยงความรับผิดชอบ ทั้งนี้ระหว่างที่กำลังดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของที่ดินผืนดังกล่าวอยู่นั้น ได้มีนายกิตติพล เข้ามาติดต่อผู้เสียหาย พร้อมทั้งแอบอ้างเป็นทนายความ จะอาสาช่วยติดตามที่ดินให้ ผู้เสียหายจึงหลงเชื่อยอมว่าจ้าง นายกิตติพล แต่ปรากฎว่าหลังจากว่าจ้างแล้ว นายกิตติพล กลับไม่ได้มีการดำเนินการใดๆทั้งสิ้น ผู้เสียหายจึงไปตรวจสอบข้อมูลประวัติของนายกิตติพลกับทางสภาทนายความ กลับไม่ปรากฎชื่อของนายกิตติพล อยู่ในระบบ รวมถึงยังพบว่านายกิตติพล มีความเชื่อมโยงกับหญิงสาวที่หลอกขายที่ดินโดยมีการโอนเงินให้กันหลังจากที่เข้ามารับอาสาเป็นทนายความให้กับผู้เสียหาย จึงเชื่อว่านายกิตติพล ผู้ต้องหาไม่น่าจะเป็นทนายควาทจริง และน่าจะมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับการหลอกขายที่ดิน รวมถึงมาสืบหาข้อมูลของฝั่งผู้เสียหาย จึงได้ไปแจ้งความร้องทุกข์กับ พนักงานสอบสวน สภ.หนองใหญ่ จนมีการออกหมายจับผู้กระทำผิดทั้ง 2 รายนี้ ต่อมาเข้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า นายกิตติพล ผู้ต้องหารายนี้ปัจจุบันได้หลบหนีคดีมาบวชเป็นพระอยู่ที่วัดแห่งหนึ่งใน จ.สงขลา จึงนำกำลังเข้าไปจับกุมตัวได้ขณะเป็นพระดังกล่าว ทำให้ขณะนี้คงเหลือผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอีกเพียงแค่ 1 ราย
จากการสอบสวนนายกิตติพล ให้การปฏิเสธ อ้างว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือรู้เห็นแต่อย่างใด แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.หนองใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

