(9 ธ.ค. 63) นายสกลธี ภัททิยกุล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการยกซากรถ ในพื้นที่เขตทุ่งครุ ตามโครงการ 100 วัน กำจัดซากรถ ลดปัญหาจราจรเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่ติดขัด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยมี นายสมศักดิ์ ชาติสุขศิริเดช ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายศุภกฤต บุญขันธ์ ผู้อำนวยการสำนักเทศกิจ ผู้อำนวยการเขตทุ่งครุ ผู้บริหาร ข้าราชการและเจ้าหน้าที่สำนักงานเขตทุ่งครุ กองโรงงานช่างกล สถานีตำรวจนครบาลทุ่งครุ และผู้เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ ณ หน้าแฟลตกรุงเทพมหานคร ซอยประชาอุทิศ 90 เขตทุ่งครุ

กรุงเทพมหานคร โดยสำนักเทศกิจได้ดำเนินโครงการ 100 วัน กำจัดซากรถ ลดปัญหาจราจรเพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่ติดขัด และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอนามัยของประชาชน โดยให้สำนักงานเขตสำรวจและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย (พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดฯ มาตรา 18 ปรับไม่เกิน 5,000 บาท) ในพื้นที่เขตทุ่งครุ ได้สำรวจซากรถพบ จำนวน 32 คัน เจ้าของเคลื่อนย้ายเอง 23 คัน อยู่ในระยะเวลาการปิดประกาศให้เคลื่อนย้าย 8 คัน และพ้นระยะเวลาในการปิดประกาศให้ดำเนินการ 1 คัน ฝ่ายเทศกิจ สำนักงานเขตทุ่งครุ จึงได้ร่วมกับสำนักเทศกิจ กองโรงงานช่างกล สำนักการคลัง และสถานีตำรวจนครบาลทุ่งครุ เคลื่อนย้ายซากรถยนต์ยี่ห้อ Suzuki สีขาว หมายเลขทะเบียน 4ย 3495 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดบริเวณซอยประชาอุทิศ 90 (ตรงข้ามแฟลตกรุงเทพมหานคร) ที่พ้นระยะเวลาในการปิดประกาศให้ดำเนินการ ตามระเบียบกรุงเทพมหานคร กล่าวคือ ปิดประกาศคำสั่งครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2563 ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ตอบรับให้เจ้าของรถตามภูมิลำเนาแล้ว แต่เพิกเฉยไม่มีการดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ มาตรา 45 ผู้ปฏิบัติเมื่อมีการกระทำผิดตามพระราชบัญญัตินี้เกิดขึ้นในท้องถิ่นใดและพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่อาจทราบตัวผู้กระทำผิด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นนั้นทุกคนร่วมกันขจัดหรือแก้ไขไม่ให้สิ่งที่ผิดกฎหมายปรากฏอยู่ในที่สาธารณะหรือสถานสาธารณะอีกต่อไป ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นจัดหาอุปกรณ์และอำนวยความสะดวกให้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการ และให้วางระเบียบการปฏิบัติการของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง และตามหนังสือสั่งการที่ กท 8002/5917 ลงวันที่ 10 มิถุนายน 2542 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ ดำเนินการเคลื่อนย้ายซากยานยนต์ไปให้พ้นถนนหรือสถานสาธารณะนั้นเสีย และขายซากยานยนต์เสียได้ โดยวิธีที่เห็นสมควร โดยก่อนขายให้จัดการตามควร เพื่อบันทึกรายการไว้เป็นหลักฐาน เพื่อให้ผู้เป็นเจ้าของหรือผู้ครอบครองทราบว่า เป็นทรัพย์สินของตนและพิสูจน์สิทธิได้ และให้นำความในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1327 มาใช้บังคับแก่เงินที่ขายทรัพย์สินนั้นได้โดยอนุโลม กล่าวคือ กรณีที่ปรากฏตัวเจ้าของ ถ้าเจ้าของไม่มาขอรับเงินที่ขายทรัพย์สินคืน ภายใน 1 ปี นับแต่วันส่งซากยานยนต์ให้เจ้าหน้าที่เก็บรักษา ให้เงินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน และกรณีที่ไม่ปรากฏตัวเจ้าของให้ผ่อนเวลาออกไปเป็น 5 ปี (ปว.44 ข้อ 2) ดังนั้น ผู้อำนวยการเขตทุ่งครุในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจดำเนินการเคลื่อนย้ายซากยานยนต์ไปให้พ้นถนนหรือสถานสาธารณะนั้น จึงเห็นควรอนุมัติเคลื่อนย้ายซากรถยนต์คันดังกล่าวไปยังลานจอดรถของฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ (ซอยประชาอุทิศ 90)

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครขอความร่วมมือประชาชนไม่จอดรถหรือตั้งวางสิ่งของกีดขวางทางสาธารณะ และมีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองด้วยการแจ้งเบาะแสการจอดทิ้งซากรถยนต์ได้ที่ฝ่ายเทศกิจทุกสำนักงานเขต หากเบาะแสดังกล่าวนำไปสู่การจับปรับ ผู้แจ้งเบาะแสจะได้รับส่วนแบ่งครึ่งหนึ่งของค่าปรับตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 18 ที่กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งวางหรือกองซากยานยนต์บนถนนหรือสถานสาธารณะ โดยบทกำหนดโทษ ตามมาตรา 56 ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท ตามกฎหมายได้ระบุให้มีการสืบหาเจ้าของซากยานยนต์ก่อน โดยจะทำการติดประกาศ 15 วัน หากไม่พบเจ้าของ กรุงเทพมหานครจะนำไปจัดเก็บรักษาไว้ในที่ที่สำนักงานเขตจัดไว้ ถ้ามีเจ้าของมาติดต่อจะดำเนินการเปรียบเทียบปรับ หากไม่มีเจ้าของมาติดต่อจะจัดเก็บซากรถยนต์ไว้ประมาณ 6 เดือน และเป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการเขตในการขายทอดตลาดซากรถยนต์ดังกล่าวต่อไป

รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในการดำเนินการเคลื่อนย้ายซากรถยนต์นั้นจะมีปัญหาหลักใหญ่ๆ อยู่ 2 เรื่อง คือ เรื่องแรก การขาดแคลนรถยก รถลาก และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายซากรถยนต์ ซึ่งปัจจุบันได้ประสานความร่วมมือไปยังกองโรงงานช่างกลให้ช่วยดำเนินการเคลื่อนย้ายซากรถยนต์ ซึ่งแต่ละสำนักงานเขตจะต้องรอคิว ส่งผลให้การดำเนินการทำได้ล่าช้า ดังนั้นจึงได้มอบหมายให้สำนักเทศกิจขอจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อรถยก รถลาก พร้อมอุปกรณ์ไว้ประจำแต่ละกลุ่มเขตให้ครบทั้ง 6 กลุ่มเขต ส่วนเรื่องที่สอง สถานที่จัดเก็บซากรถ ซึ่งแต่ละเขตส่วนใหญ่ไม่มีสถานที่จัดเก็บซากรถที่เคลื่อนย้ายมา ก็จะมีการใช้พื้นที่ของสำนักสิ่งแวดล้อมที่อยู่เขตหนองแขม เป็นสถานที่จัดเก็บซากรถส่วนกลาง ขณะนี้สำนักเทศกิจได้ทำเรื่องขอจัดสรรงบประมาณดำเนินการเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้จะมีการจัดหาพื้นที่จัดเก็บซากรถเพิ่มอีก 2 แห่ง ถ้าได้พื้นที่ย่านฝั่งธน 1 แปลง และฝั่งพระนคร 1 แปลง คิดว่าน่าจะเพียงพอ ทั้งนี้ จากการสำรวจซากรถทั่วพื้นที่กรุงเทพมหานคร พบซากรถมากกว่า 800 คัน กรุงเทพมหานครดำเนินการจัดเก็บ จำนวน 50-60 คัน ประชาชนเคลื่อนย้ายเอง 600 กว่าคัน เหลืออยู่ประมาณ 100 คัน ในอนาคตถ้ามีรถยก รถลาก อุปกรณ์ต่างๆ และสถานที่ในการจัดเก็บซากรถเพิ่มขึ้น ก็จะช่วยให้การย้ายซากรถทำได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น







