พระสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือ พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม อดีตหนึ่งในแกนนำ กปปส. โพสต์ข้อความเฟสบุ๊คส่วนตัว ‘หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)‘  กล่าวถึงกรณีที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ส่งทนายมาขอเจรจากับนายวัชระ เพรชทอง ไม่ให้อุทธรณ์คดีในข้อหาแจ้งความเท็จให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ ซึ่งล่าสุด ศาลแขวงดอนเมืองได้พิพากษายกฟ้องนายธาริต

พระพุทธะอิสระ กล่าวถึงประเด็นนี้ว่า อยากบอกคุณวัชระ เพชรทองว่า อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล กรณีคดีคุณวัชระฟ้องนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา และนายธาริต เพ็งดิษฐ์ ในข้อหาแจ้งความเท็จ ให้พนักงานจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จและหมิ่นประมาท ศาลแขวงดอนเมืองได้พิพากษาให้นายเรืองไกรติดคุก 8 เดือน ส่วนนายธาริตยกฟ้อง ต่อมานายธาริต ได้ส่งทนายมาขอเจรจากับนายวัชระ ซึ่งนายวัชระได้เปิดเผยว่า ทนายของนายธาริต ได้มากล่าวต่อตนว่า “คนอื่นชั่วกว่าตนตั้งเยอะแยะ คุณวัชระยังปล่อยไป เอาผมไว้เป็นเพื่อนสักคน และขอว่าอย่าอุทธรณ์ได้ไหม” มูลเหตุที่นายธาริต ต้องให้ทนายมาขอร้องนายวัชระไม่ให้อุทธรณ์คดี คงจักเป็นเพราะคำพิพากษาของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในกรณีที่นายธาริตต้องคดีแสดงบัญชีราชการทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ

พระพุทธะอิสระ กล่าวต่อไปว่า ซึ่งคดีนี้นายธาริต ถูกศาลฎีกาพิพากษาให้จำคุก 6 เดือน ปรับ 10,000 บาท แต่นายธาริตให้การเป็นประโยชน์แก่การพิพากษาคดี มีเหตุให้บรรเทาโทษ ลดโทษจำคุกแค่ 3 เดือน และปรับ 5,000 บาท เมื่อไม่เคยปรากฏมาก่อนว่า ผู้ถูกตัดสินไม่เคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน โทษจำคุกจึงให้รอลงอาญาไว้ 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2560 เป็นต้นไป แต่ระหว่างที่จักถึงกำหนดวันและเวลาที่คำพิพากษานี้มีผล นายธาริต ดันมาต้องคดี ที่นายวัชระฟ้องนายธาริต ข้อหารับจดแจ้งข้อกล่าวหาอันเป็นเท็จเข้าอีก แม้ศาลอาญาจักยกฟ้องก็ตามที แต่หากนายวัชระอุทธรณ์คดีภายใน 30 วัน แล้วศาลอุทธรณ์ไม่ยกฟ้องเหมือนศาลชั้นต้น ทั้งยังอยู่ในเงื่อนไขของเวลารอลงอาญา หากว่าผลในการอุทธรณ์คดีของนายวัชระ อาจทำให้นายธาริตต้องคำพิพากษานายธาริตที่รอลงอาญาในคดี แจ้งบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ ก็อาจจักต้องนอนคุกยาว เพราะมีโทษทั้งสองคดี

พระพุทธะอิสระ กล่าวเพิ่มว่า เหตุนี้แหละที่นายธาริตร้อนใจ ถามว่าทำไมพุทธะอิสระ ถึงได้เรียกร้องให้คุณวัชระ เพชรทอง อุทธรณ์คดีที่นายธาริต จดแจ้งข้อความกล่าวหาอันเป็นเท็จนั้น มิใช่เพราะพุทธะอิสระมีจิตอาฆาตพยาบาทต่อนายธาริต แต่ต้องการพิสูจน์ให้ศาลคดีกบฏของ กปปส. ได้เห็นว่า หัวหน้าพนักงานสอบสวนเช่นนายธาริตมีพฤติกรรมฉ้อฉลมาแต่ต้น จนกลายเป็นสันดาน และอาจจะกระทำหน้าที่อย่างไม่ซื่อตรงต่อการยัดข้อหากบฏให้แก่ แกนนำ กปปส. หากสามารถพิสูจน์ให้ศาลได้เห็นถึงพฤติกรรมฉ้อฉลของนายธาริต อาจจะเป็นประโยชน์ต่อการต่อสู้คดี

“เมื่อมีช่องทางต่อสู้ในคดีกบฏและเป็นประโยชน์ต่อแกนนำ พี่น้องผู้รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ทุกคน พุทธะอิสระจึงต้องลุกขึ้นมาสู้ โดยจะไม่ยอมรับชะตากรรม ที่ตนไม่ได้ทำเป็นแน่ ขอวิงวอนคุณวัชระ โปรดกรุณาอุทธรณ์คดีจดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เพื่อให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาว่า พฤติกรรมของนายธาริตในฐานะหัวหน้าเจ้าพนักงานสอบสวน เป็นพฤติกรรมที่ชอบด้วยกฎหมาย และประมวลจริยธรรมของข้าราชการหรือไม่”

[fb_pe url=”https://www.facebook.com/buddha.isara/posts/10156183159333446″ bottom=”30″]