นายสมประวิณ มันประเสริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานวิจัยและหัวหน้าทีมวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคาร กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) (BAY) เปิดเผยถึงการคาดการณ์เศรษฐกิจของไทยในปี 2564 โดยประเมินว่า จะกลับมาเป็นบวกได้ตั้งแต่ไตรมาส 2 ด้วยปัจจัยหนุนจากการเร่งใช้จ่ายของภาครัฐ และการฟื้นตัวตามวัฏจักรของอุปสงค์ภายนอกประเทศ ขณะที่การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวจะช้ากว่าปัจจัยขับเคลื่อนอื่น ทำให้เกิดกำลังการผลิตส่วนเกินจำนวนมากในภาคบริการ

อย่างไรก็ตามวิจัยกรุงศรี ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของจีดีพีในปี 2563 เป็น -6.4% จากเดิมคาดไว้ที่ -10.3% และคาดอัตราการเติบโตปี 2564 ที่ 3.3% ท่ามกลางปัจจัยท้าทายและโอกาส ส่วนจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะลดลงมาที่ 4 ล้านคนในปี 2564 จาก 6.7 ล้านคน ในปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากความกังวลของสถานการณ์แพร่ระบาด และการควบคุมการเดินทางระหว่างประเทศที่ยาวนานกว่าที่คาด การบริโภคภาคเอกชน คาดว่าจะเติบโตที่ 2.5%
ภาวะการว่างงานยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้และการใช้จ่ายของผู้บริโภค ส่วนสถานการณ์การเมืองในประเทศอาจฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจและสร้างความกังวลในเรื่องความต่อเนื่องของนโยบายเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม การส่งออกจะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโต โดยการลงทุนภาคเอกชนในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการส่งออกจะค่อยๆ ฟื้นตัว ซึ่งเศรษฐกิจยังมีโอกาสเติบโตจากแนวโน้มการพึ่งพากันภายในภูมิภาค ที่จะช่วยสนับสนุนภาคส่งออกและภาคการผลิตของประเทศในระยะปานกลาง” นายสมประวิณ กล่าว
ทั้งนี้ได้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของส่งออกปี 2563 จาก -12.5% เป็น -7.5% และประเมินส่งออกในปี 2564 จะเติบโตที่ 4.5% นอกจากนี้ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนปี 2563 เป็น -11% และคาดการเติบโตปี 2564 ที่ 3.2% และได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของการลงทุนภาครัฐปี 2563 มาที่ 12.5% และคาดว่าจะเติบโตที่ 10.5% ในปี 2564 เพื่อสะท้อนถึงการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาล โดยรัฐบาลมีแผนที่จะจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณ
ขณะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังไม่เปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งคาดว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมในปี 2564 แม้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจ วิจัยกรุงศรี มองว่าผลบวกจากการฟื้นตัวตามวัฏจักรเศรษฐกิจจะถูกจำกัด เนื่องจากเศรษฐกิจไทยมีการพึ่งพาการท่องเที่ยวสูงมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อธุรกิจ การจ้างงานและรายได้ ความเสียหายจากวิกฤตโควิด-19 อาจรุนแรงมากขึ้นจากมาตรการจำกัดการเดินทาง การตอบสนองด้านนโยบายที่ไม่เพียงพอ และความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น

