“เครือข่ายประชาชนฯ”บุก ตร. แจ้งความดำเนินคดี กับผู้เรียกร้องให้ทำรัฐประหาร

วันนี้ 11 พฤศจิกายน 2563 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) นายวรา จันทร์มณี เลขาธิการเครือข่ายประชาชนพิทักษ์สิทธิเสรีภาพและความเป็นธรรม ได้เข้ายื่นหนังสือให้ตรวจสอบและดำเนินคดีกับนายกฤตย์ เยี่ยมเมธากร เลขาธิการเครือข่ายประชาชนปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ (คปส.) กรณีออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้มีการทำรัฐประหารหรือล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย โดยมีตัวอย่างฐานความผิดที่เสนอให้ตรวจพิจารณา อาทิ กระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจาอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาลฯ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 116 (1) ยุยงทหารหรือตำรวจให้ละเลยไม่กระทำการตามหน้าที่หรือให้ก่อการกำเริบ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 115 หรืออื่นใดฯ โดยมี พ.ต.อ.นพดล เพ็ชร์สุทธิ์ รอง ผบก.กองแผนงานอาชญากรรม สำนักงานยุทธศาสตร์ตำรวจ นายตำรวจเวรรักษาการณ์ เป็นผู้รับเรื่องไว้

นายวรา กล่าวว่า การรัฐประหารคือการอัตวินิบาตกรรมประเทศเป็นอนันตริยกรรม เพราะทำร้ายบ้านเมืองและประชาชนทั้งหมดถึงเวลาที่เราจะกลบฝังการรัฐประหารให้สูญพันธุ์ไปจากประเทศไทย เราต้อง “ชัตดาวน์รัฐประหาร” ขอเรียกร้องไปถึงทุกฝ่าย โดยเฉพาะผู้บัญชาการทหารบกที่กินภาษีประชาชนให้เลิกพูดเรื่องโอกาสหรือเงื่อนไขที่จะทำรัฐประหารไม่ว่าจะเป็นศูนย์หรือเป็นลบก็มีไม่ได้ ต่อไปนี้ประเทศไทยต้องมีระบอบการปกครองเดียวคือระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ความขัดแย้งปัจจุบันคนไทยต้องยอมรับความจริงว่าปัญหาทั้งหมดเกิดจากการที่เรามีผู้ทำรัฐประหาร รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมาจากคณะรัฐประหาร เราจึงต้องร่วมกันเปลี่ยนแปลงกลบฝังสิ่งปฏิกูลเลวร้ายที่นั่นทอนระบอบประชาธิปไตย ผลักดันให้เกิดการร่างรัฐธรรมนูญใหม่โดยประชาชนมีส่วนร่วมอย่างเร็วที่สุด

ต่อสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบันเครือข่ายฯ ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเลิกปลุกระดมโฆษณาชวนเชื่อ ด้วยวาทกรรม“ ล้มเจ้า”“ ล้มล้างสถาบัน “เพราะมันไม่มีอยู่จริงจะมีก็ แต่เพียงการเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ผ่านการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งนั่นหมายความว่าต้องได้รับฉันทามติจากประชาชน ประชาชนต้องยินยอมพร้อมใจในส่วนรายละเอียดว่าจะปฏิรูปแค่ไหนอย่างไรก็ต้องผ่านกระบวนการศึกษาทำประชามติแลกเปลี่ยนพูดคุยกันด้วยเหตุผลอย่างอารยะจะทำช่วงไหนเวลาใดก่อนหรือในขั้นตอนที่มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) แล้วก็สุดแล้วแต่ แต่มิใช่การเกณฑ์หรือปลุกระดมข้าราชการประชาชนเพื่อสกัดกั้นการร่างรัฐธรรมนูญหรือนำสถาบันกษัตริย์มาเป็นเครื่องมือเพื่อปกป้องรัฐบาลเช่นทุกวันนี้ อย่าลืมว่าคำขวัญ“ ปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์” เคยทำให้คนไทยฆ่ากันเองมาหลายครั้ง แล้วการปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ต้องทำด้วยปัญญาแท้จริง แล้วชาติหมายถึงอาณาเขตระบอบการปกครอง (ประชาธิปไตย) และประชาชนหากคนไทยรักชาติรักศาสนาจริงก็ควรหยุดใช้ความรุนแรงมีความรักเมตตาปรานีต่อกันมีความเป็นธรรมให้กับทุกคน หากอยากปกป้องสถาบันกษัตริย์ก็ไม่ควรดึงสถาบันลงมาต่ำ หยุดนำสถาบันกษัตริย์มาอยู่ท่ามกลางความขัดแย้ง กษัตริย์ควรดำรงอยู่ในเชิงสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมอย่างสง่างามในฐานะประมุขของรัฐภายใต้การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันเดียวกัน