ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผบ.ตร. ในฐานะโฆษก ตร. แถลงมาตรการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การให้บริการและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ในการเดินทางของประชาชน ในห้วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี 2561 โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้มีหนังสือคำสั่งด่วนที่สุดให้ทุกหน่วยปฎิบัติทั่วประเทศ กำชับมาตรการด้านการอำนวยความสะดวกการในการเดินทางของประชาชนช่วงเทศกรานต์สงกรานต์ การให้บริการประชาชน มาตรการความปลอดภัย ตลอดจนมาตรการด้านป้องกันปรามปราบอาชญากรรม เริ่มดำเนินการตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า วันนี้เป็นวันแรกในการกวดขันมาตรการต่างๆ โดยจะยกระดับการปฏิบัติงานเข้มข้นตามลำดับ กวดขันจับกุมผู้กระทำความผิดกฎจราจรในข้อหาที่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อการเกิดอุบัติเหตุ ใช้มาตรการ “1ร 2ส 3ข 4ม” ประกอบด้วย 1 ร คือห้ามขับรถเร็วเกินอัตราที่กฎหมายกำหนด 2 ส คือ ห้ามขับรถย้อนศร และ ฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 3 ข คือ ห้ามขับขี่โดยไม่มีใบอนุญาต ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับขี่ และ แซงในที่คับขัน และ4 ม คือห้ามเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกนิรภัย รถจักรยานยนต์(มอเตอร์ไซค์)ไม่ปลอดภัย และไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ ส่วนมาตรการเรื่องการปราบปรามอาชญากรรมและโครงการฝากบ้านไว้กับตำรวจ ผบ.ตร. ได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. ซึ่งจะมีมีการระดมกำลังกวาดล้างอาชญากรรม และประชาสัมพันธ์ เชิญชวนประชาชนฝากบ้านกับตำรวจเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่11 เมษายน ถึง 17 เมษายน นอกจากนี้ยังมีมาตรการดูแลความปลอดภัย มาตรการควบคุมการจำหน่ายสุรา ทุกมาตรการคาดหวังให้ยอดอุบัติเหตุ เสียชีวิต ลดลงให้น้อยที่สุด พร้อมกันนี้ในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะมีการเปิดจุดเพื่อให้บริการพักรถกับประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนา บริการห้องน้ำ บริหารน้ำดื่ม ตามจุดต่างๆด้วย

รองผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รณรงค์ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเล่นน้ำสงกรานต์อย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่อุปกรณ์เล่นน้ำในลักษณะอันตราย ไม่แต่งกายล่อแหลม พร้อมรณรงค์ให้ใส่ผ้าไทย ผ้าพื้นเมืองหรือผ้าลายดอก เพื่อเป็นอนุรักษ์ประเพณีไทย พร้อมกับเตือนไปยังผู้ที่มีพฤติกรรมชอบลวนลาม กระทำการลามกอนาจารจะมีโทษทั้งจับ ทั้งปรับ ส่วนการนั่งท้ายกระบะเล่นน้ำสงกรานต์จะมีการพิจารณาและกำหนดเป็นโซนๆ โดยคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

รองผบ.ตร. กล่าวถึงการนั่งท้ายรถกระบะกลับภูมิลำเนาต่างจังหวัด ว่า มอบให้เป็นดุลพินิจของเจ้าพนักงาน คอยตรวจสอบเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติเน้นย้ำให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด ถ้ากรณีไหนเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงก็ต้องมีการตักเตือน แต่หากพบว่ามีประชาชนนั่งท้ายกระบะแล้วมีการดื่มสุรา หรือหย่อนขาขณะรถวิ่ง กรณีนี้ต้องมีความผิดแน่นอน อย่ากระทำเด็ดขาด เพราะเป็นอันตราย