พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ร่วมประกาศความพร้อมในการสร้างกลไกลขับเคลื่อนอาชีวะยกกำลัง 2 ที่วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี เพื่อยกระดับศักยภาพ กำลังพลอาชีวศึกษา ให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานของประเทศ โดยมีผู้ประกอบการชั้นนำ จากภาคเอกชน ระดับประเทศ และระดับโลก เข้ามาช่วยพัฒนาหลักสูตร แบบ 1 เอกชน ต่อ 1 วิทยาลัย ใน 7 สายงานหลัก ประกอบด้วย ปิโตรเคมี เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล หุ่นยนต์เพื่อการอุตสาหกรรม เกษตรสมัยใหม่ อุตสาหกรรมการบิน อุตสาหกรรมระบบราง ยานยนต์สมัยใหม่ และธุรกิจโรงแรมและการบริการ รวม 32 แห่ง โดยตั้งเป้าจะตั้งศูนย์พัฒนาศักยภาพ บุคคลกรเพื่อความเป็นเลิศ อาชีวศึกษา 50 แห่ง ภายในปี 2563 และครบ 100 แห่ง ในปี 2564

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยืนยัน ถึงความตั้งใจรัฐบาลในการที่จะพัฒนาการเรียบรู้ให้กับอาชีวศึกษา ด้วยการวางแผนการศึกษาตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งไม่ใช่การสืบทอดอำนาจของตนเองแต่อย่างใด แต่วันนี้ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงเพื่อผลิตคนให้ตรงต่อความต้องการของแรงงานตลาด ซึ่งได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ที่รับนักศึกษาเข้าฝึกงาน เพื่อเพื่มทักษะการเรียนรู้นอกห้อง นอกเหนือจากการเรียนรู้ภายในห้อง ที่เป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน ขณะเดียวกัน

 

นายกฯ ย้ำทุกคนคือประชาธิปไตย ขออย่านำมาพันกัน ขอให้ทุกคนมีความรัก สามัคคี รักแผ่นดินไทย

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ฝากให้นักศึกษา วางแผนอนาคตท่ามกลางอุปสรรคที่เข้ามาและโลกที่เปลี่ยนแปลง วันนี้รัฐบาลพยายามสร้างโอกาสให้ประเทศสงบสุข มีความมั่นคง ไม่ใช่ประเทศที่มีปัญหาตลอด ดังนั้น จึงอยากฝากให้ทุกคนกระตุ้นนักศึกษา ด้วยการเพิ่มทักษะให้มีงานทำ ที่สำคัญขอกำลังใจในการที่จะร่วมกันพัฒนาคน โดยยืดหลักเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้สังคมอยู่ได้ แม้เกิดวิกฤต เช่น สถานการณ์โควิด-19 ปัจจุบันนี้ ที่ต้องยอมรับว่าไทยแก้ปัญหาได้เป็นอันดับ 1 พร้อมกับได้รับความชื่นชม แต่ถ้าไม่ระมัดระวังก็จะกลับมาอีก เป็นปัญหาใหญ่ วันนี้การจะปรับเปลี่ยนอะไรในวันเดียวทำไม่ได้ ซึ่งต้องถามคนทั้งประเทศจะว่าอย่างไร โดยอยากเห็นการพัฒนาอาชีวะ ยกกำลัง 2 เป็นยกกำลัง 10 ซึ่งทุกคนจะต้องมาร่วมมือกัน

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า ประเทศไทยมีเอกลักษณ์ รอยยิ้ม อาหาร และสิ่งดีๆ ทำให้คนนิยมมาเที่ยวกว่า 40 ล้านคนก่อนโควิด-19-ระบาด ดังนั้น อย่าไปทำลาย ต้องพัฒนาตัวเอง ทำสิ่งดีๆ ให้ประเทศชาติ ตนเคารพครู กลับบ้านก็เจอ ซึ่งครูของตนคือประชาชน ที่สอนตน โดยเอาคำสอนของประชาชนมาทำงานร่วมกับ ครม. เพื่อแก้ปัญหาประเทศทุกคนเป็นประชาธิปไตยทั้งหมด อย่ารังเกียจกัน แล้วเอาทุกอย่างมาพันกันทั้งหมด พร้อมพูดติดตลกว่า ที่เคารพครู คือ ภรรยา ซึ่งเป็นการให้เกียรติกันมากกว่า ซึ่งภรรยาตอนนี้ก็เป็นแม่บ้าน พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรี ยังบอกว่า ถ้ามาเป็นตนก็รู้ ว่าพูดมากก็ถูกไล่ให้ลาออก กลุ้มใจจริงๆ สิ่งไหนดีไม่ดีให้บอกให้บอกมา ฟังไปฟังมาไม่ตรงกันสักอย่าง ไม่รู้จะแก้ตามตรงไหน

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ขอให้ทุกคนมีความรัก สามัคคี รักแผ่นดินไทย ให้สงบ มีเสถียรภาพให้ได้ คนไทยชอบคุย ที่หลากหลาย แต่หาข้อสรุปไม่ได้