ยกระดับการให้บริการลูกค้าขึ้นสู่ Digital Platform รองรับการเป็นDigital Bank ในอนาคตตั้งเป้าหมายให้มี Digital Transaction ไม่ต่ำกว่า 80% ของจำนวน Transaction ทั้งหมดในปี 65 และพร้อมนำสลากชุดใหม่ล่าสุด ชุดเกล็ดดาว เตรียมเสนอให้คณะกรรมการธนาคารพิจารณาในวันที่ 19 ตุลาคม 2563
ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เผยแผนยุทธศาสตร์ปี 2564-2565

มุ่งดำเนินการตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” และรักษาความเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้วยสินเชื่อคงค้าง 1 ใน 3 ของยอดสินเชื่อคงค้างทั้งระบบสถาบันการเงินล่าสุดณวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้ว 156,650 ล้านบาทคาดทำได้ตามเป้าหมายที่ 210,000 ล้านบาทพร้อมยกระดับการให้บริการลูกค้าขึ้นสู่ Digital Platform เพื่อรองรับการเป็น Digital Bank ในอนาคตอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆของธนาคารได้อย่างสะดวกรวดเร็วตั้งเป้าหมายให้มี Digital Transaction ไม่ต่ำกว่า 80% ของจำนวน Transaction ทั้งหมดในปี 2565นายฉัตรชัยศิริไลกรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงแผนยุทธศาสตร์ธอส. ปี 2564-2565 ว่าธนาคารยังคงมุ่งมั่นดำเนินการตามพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” รักษาความเป็นผู้นำในตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยด้วยการมีสินเชื่อคงค้างจำนวน 1 ใน 3 ของยอดสินเชื่อคงค้างทั้งระบบสถาบันการเงินโดยล่าสุดณวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้แล้ว156,650 ล้านบาทและมั่นใจว่าจะทำได้ตามเป้าหมายปี 2563 ที่ 210,000 ล้านบาทด้วยปัจจัยสนับสนุนคืออัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำและการจัดโปรโมชั่นกระตุ้นการขายของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ทำให้เป็นโอกาสของประชาชนที่รายได้ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้มีบ้านเป็นของตนเองได้ง่ายขึ้นขณะที่ในปี 2564 ธอส. ยังคงตั้งเป้าหมายในการปล่อยสินเชื่อใหม่ที่ 215,641 ล้านบาทและเพิ่มเป็น 222,110 ล้านบาทในปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นปีละ 3% ตามลำดับด้วยสินเชื่อคงค้างในปี 2564 ที่ 1.374 ล้านล้านบาทและเพิ่มเป็น 1.444 ล้านล้านบาทในปี 2565 โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับการให้บริการลูกค้าขึ้นสู่ Digital Platform เพื่อรองรับการเป็น Digital Bank ในอนาคตอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงบริการหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆของธนาคารได้อย่างสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นและช่วยลดต้นทุนการดำเนินงานของธนาคารเพื่อดึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ให้ต่ำลงอีกโดยตั้งเป้าหมายให้มี Digital Transaction ไม่ต่ำกว่า 80% ของจำนวน Transaction ทั้งหมดในปี 2565 ด้วยแผนงาน/โครงการสำคัญที่สนับสนุนการเป็น Digital Bank ประกอบด้วย

1). โครงการ New Normal Services พัฒนาบริการใหม่ของธนาคารบน Mobile Application : GHB ALL เพื่อรองรับ Lifestyle ลูกค้าแบบ New Normal ตามที่ธนาคารได้เปิดให้บริการใน Phase ที่ 1 จำนวน 6 บริการไปแล้วเมื่อ วันที่ 24 กันยายน 2563 ประกอบด้วย 1.ซื้อสลากออมทรัพย์ธอส. ให้บริการได้ทั้งการซื้อสลากครั้งแรกหลังเปิดบัญชีสลากที่สาขาหรือลูกค้าเดิมที่ต้องการซื้อเพิ่มเติมรวมถึงสลากออมทรัพย์ชุดใหม่ล่าสุดชุดเกล็ดดาวหน่วยละ 5,000 บาทแต่มีสิทธิ์ลุ้นรางวัลมากยิ่งขึ้นโดยรางวัลที่ 1 มีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านบาทรวมถึงยังมีรางวัล เลขท้าย 2 ตัวเลขท้าย 3 ตัวและรางวัลเลขสลับเลขท้าย ซึ่งจะเริ่มเปิดให้ซื้อครั้งแรกภายในเดือนตุลาคม 2563 2. ขอ Statement บัญชีเงินฝากสำหรับลูกค้าที่ต้องการนำข้อมูลบัญชีประเภทออมทรัพย์ไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการพิจารณาในการอนุมัติธุรกรรมต่างๆตามที่ต้องการ 3. จองคิวใช้บริการล่วงหน้าเพื่อไปรอรับบริการที่สาขาในวันเวลาที่นัดหมายได้ทันที 4.ใบเสร็จชำระเงินกู้รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แทนรูปแบบเดิมที่เป็นกระดาษและจัดส่งทางไปรษณีย์ 5.ชำระเงินดาวน์ทรัพย์ NPA โดยไม่ต้องเดินทางไปที่สาขาและ 6.แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อเปลี่ยนแปลงที่อยู่จัดส่งเอกสาร/ การติดต่อกับธนาคารเพื่อไม่ให้พลาดการติดต่อหรือรับข้อมูลสำคัญจากธนาคารและจะเปิดให้บริการใน Phase ที่ 2 ในวันที่ 16 ธันวาคม 2563 อาทิเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ขอหนังสือรับรองภาษีดอกเบี้ยเงินฝากขอหนังสือรับรองภาษีดอกเบี้ยเงินกู้แจ้งความประสงค์กู้เพิ่ม

2). โครงการ Tollway Loan Plus เป็นการยกระดับความร่วมมือกับฝ่าย HR ของบริษัทหรือหน่วยงานที่มีสวัสดิการเงินกู้กับธนาคารจะเป็นผู้ส่งข้อมูลด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ทั้งรายได้หลักฐานส่วนตัวและอื่นๆที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการยื่นกู้ให้แก่พนักงานที่ประสงค์ยื่นกู้เพื่อซื้อที่อยู่อาศัยกับธนาคารโดยที่พนักงานไม่ต้องลางานเพื่อเดินทางไปติดต่อยื่นเรื่องกู้ที่สาขาธนาคารหลังจากนั้นธนาคารจะเป็นผู้ติดต่อและสัมภาษณ์ข้อมูลรายละเอียดเพื่อประกอบการพิจารณาสินเชื่อทางโทรศัพท์ต่อไปและเดินทางเข้ามาธนาคารเพียงครั้งเดียวเพื่อทำสัญญาภายหลังได้รับแจ้งอนุมัติสินเชื่อแล้วเท่านั้นและ

3).โครงการ Virtual Branch หน่วยบริการสินเชื่อไร้ที่ทำการโดยลูกค้าไม่ต้องเดินทางมาที่สาขาแต่ยังคงได้รับบริการเสมือนอยู่ที่สาขา
“ขณะเดียวกันธนาคารได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้แก่ผู้บริหารและพนักงานให้สามารถทำงานภายใต้การเปลี่ยนแปลงไปสู่ Digital Bank สร้างสรรค์ทัศนคติด้านบวกและเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรให้เป็นหนึ่งเดียวและมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกันตามโครงการ GHB 1 TEAM รวมถึงจัดทำโครงการ Digitizer พัฒนาระบบการอนุมัติและจัดการเอกสารในลักษณะ Workflow โดยสร้างแบบฟอร์มต่างๆผ่านระบบดิจิทัลลดขั้นตอนการทำงานลดการใช้กระดาษเป็นต้น” นายฉัตรชัยกล่าวทั้งนี้ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนของธนาคารทำให้ปัจจุบันธนาคารยังคงสามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่งและมีความพร้อมในการเผชิญกับปัญหาต่างๆโดยณเดือนสิงหาคม 2563 เทียบกับณสิ้นปี 2562 ธนาคารมียอดสินเชื่อคงค้างรวมทั้งสิ้น 1,273,401 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 5.30% สินทรัพย์รวม 1,351,107 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 8.55% เงินฝากรวม 1,110,418 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 11.74% และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จำนวน 51,559 ล้านบาทคิดเป็น 4.05% ของยอดสินเชื่อรวมเพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2562 จำนวน 2,044 ล้านบาท