วันที่​ 11 กันยายน 2563 เวลา 13.30 น. : พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม) พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและประชุมมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการ พร้อมทั้งได้กำชับการปฏิบัติหน้าที่ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ ตม.จ.ระนอง

โดยมี พล.ต.ต.ภศักดิ์ นวลหนู ผบก.ภ.จ.ระนอง,น.อ.ภริศวร์ วงษ์เพ็ญศรี ผอ.ศปชล.หม.,น.อ.เพชรัตน์ เทียนจันทร์ รอง ผอ.ศรชล.จ.ระนอง และ พ.ต.อ.สมชาย จิตสงบ​ ผกก.ตม.จ.ระนอง พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด ตม.จ.ระนอง ให้การต้อนรับ โดย​ พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ได้มอบอุปกรณ์เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้แก่ข้าราชการตำรวจในสังกัด ตม.จ.ระนอง ด้วย

พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร​ วงษ์​สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​ มีความห่วงใยอย่างยิ่งในเรื่องการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในสาธารณรัฐแห่สหภาพเมียนมา ซึ่งพบผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงได้สั่งการให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.,พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รอง ผบ.ตร. เพิ่มความเข้มในการป้องกันการแพระบาดในจังหวัดที่มีชายแดนติดต่อกับชายแดนของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา และได้สั่งการ ให้ พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ มากำชับการปฏิบัติหน้าที่ให้กับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ พล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ ได้ร่วมบูรณาการกำลังกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งทหารเรือ และฝ่ายปกครอง บินตรวจดูสภาพพื้นที่เขตชายแดนที่ติดกับประเทศเมียนมา ทางฝั่งจังหวัดระนอง​ และ ได้ประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่​ น.อ.เพชรรัตน์ เทียนจันทร์ รอง ผอ.ศรชล.จ.ระนอง,น.อ.ภวิศวร วงษ์เพ็ญศรี​ ผอ.ศปชล.ทม.,พ.ท.ศรีชัย บุญเกตุ​ เสธ.หน่วยเฉพาะกิจ กรมทหารราบที่ 25,คุณประจักษ์ ชูแก้ว​ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ ด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างประเทศ ท่าเรือระนอง,คุณทรงชัย ลิ่มสมพร​ ผู้แทนภาคเอกชน/ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เข้าร่วมประชุม โดยพล.ต.ท.สมพงษ์​ฯ​ มีข้อกำชับกับข้าราชการตำรวจในสังกัดดังนี้

1.ให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ และป้องกันคนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองในช่องทางธรรมชาติตามแนวชายแดน โดยให้บูรณาการกับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องตามแนวชายแดน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

2.ให้สืบสวน หาข่าวการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการนำพา เป็นนายหน้า และดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและขยายผลไปถึงผู้เกี่ยวข้องทุกราย ทั้งในระดับพื้นที่ และทางสื่อ Social Media เช่น Facebook,Line และสื่อต่างๆ รวมถึงกำชับให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับตรวจสอบและควบคุมการปฏิบัติอย่างใกล้ชิด และห้ามมิให้มีกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจในปกครอง เข้าไปเกี่ยวข้องกับการเข้าเมืองผิดกฎหมายของคนต่างด้าว หากพบการกระทำผิด จะพิจารณาดำเนินการทางอาญา และทางวินัย โดยเฉียบขาดทุกกรณี