จุดประกายแนวทาง “แก้หนี้” เพื่อ “เดินหน้า” เมื่อเศรษฐกิจเริ่มฟื้นหลังโควิด-19 พร้อมชูบทบาทธนาคารสร้างภูมิคุ้มกันและโซลูชันด้านการเงินให้กับคนไทย

ทีเอ็มบีและธนชาตจัดกิจกรรม “FIN TALK by TMB I Thanachartปลดล็อกชีวิตหนี้…สู่วิถีการเงินใหม่” กระตุ้นคนไทยลุกขึ้นมาหาทางแก้หนี้
เพื่อสามารถดำเนินชีวิตพร้อมเติบโตและสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีต่อไปได้โดย “ปิติตัณฑเกษม” ซีอีโอทีเอ็มบีชวนมันนี่โค้ชคนดัง “จักรพงษ์เมษพันธุ์” และนักจิตบำบัด “ดุจดาววัฒนปกรณ์” มาร่วมเติมเต็มความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับพฤติกรรมทางการเงินและปลดล็อกความเข้าใจเรื่องหนี้แนะเริ่มก้าวแรกในการปลดล็อกหนี้ด้วยการปรึกษากับธนาคารเพื่อหาทางออกพร้อมเดินหน้าในบทบาทของธนาคารที่จะมาสร้างภูมิคุ้มกันและโซลูชันด้านการเงินให้กับคนไทย
จากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยอย่างรุนแรงทุกอุตสาหกรรมทุกอาชีพต่างได้รับผลกระทบตลอดทั้งห่วงโซ่ธุรกิจหลายธุรกิจต้องปิดกิจการประชาชนจำนวนมากมีรายได้น้อยลงหรือตกงานขาดรายได้ในขณะที่ตนเองและครอบครัวยังต้องดำเนินชีวิตต่อและยังมีภาระ “หนี้” ไม่ว่าจะเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนสถานการณ์โควิด-19 หรือหนี้ที่เกิดจากความจำเป็นต้องนำมาใช้ดำเนินชีวิตต่อก็ตาม “ทีเอ็มบีและธนชาต” ผู้นำแนวคิด Make REAL Change ชวนคนไทยลุกขึ้นมาหาทางแก้หนี้ผ่านการหาความรู้เพิ่มเติมกับทอล์กอีเวนต์ “FIN TALK by TMB l Thanachart ปลดล็อกชีวิตหนี้… สู่วิถีการเงินใหม่” ปลุกพลังคนไทยด้วยคำแนะนำครบทั้ง 3 มิติเพื่อปลดล็อกชีวิตหนี้เริ่มจาก (1) ปลดล็อกแนวคิดยามเป็นหนี้เริ่มจากการจัดระเบียบความคิดเพื่อนำไปสู่ (2) การปลดล็อกพฤติกรรมการแก้หนี้แบบผิดๆพร้อมด้วยเคล็ดลับเพื่อกลับมาตั้งหลักใหม่และสิ่งสำคัญคือ (3) การปลดล็อกชีวิตหนี้ด้วยความรู้ทางการเงินกับธนาคารที่จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและมอบโซลูชันทางการเงินให้กับคนไทย
นายปิติตัณฑเกษมประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีเอ็มบีหรือธนาคารทหารไทยจำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าหนี้ครัวเรือนไทยเติบโตเร็วมากจนกลายเป็นปัญหาพื้นฐานใหญ่ของประเทศจากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ณสิ้นเดือนกันยายน 2562 พบคนไทยประมาณ 21 ล้านคนเป็นหนี้โดยข้อมูลจากศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบีหรือ TMB Analytics พบว่าในปี 2561 หนี้ของคนไทยส่วนใหญ่มีแนวโน้มมาจากการบริโภค (Personal Consumption) สะท้อนจากหนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อบุคคลที่มีสัดส่วนสูงถึง 34% ขณะที่หนี้รถมีสัดส่วน 25% หนี้บ้านมีสัดส่วน 40% และหนี้อื่นๆอีก 1 % ในขณะที่ต่างประเทศเช่นสิงคโปร์ และอังกฤษหนี้ที่เกิดจากการบริโภคมีสัดส่วนไม่ถึง 5% โดยปัญหาหนี้อาจจะเกิดจากความคิดและพฤติกรรมการใช้จ่ายที่เกินตัวประกอบกับธนาคารเองก็ได้มีการออกผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสร้างความสะดวกในการใช้จ่ายและช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงเงินกู้ได้ง่ายขึ้น

“จากความตั้งใจในการสร้างความสะดวกสบายเราก็ได้สร้างโอกาสการเป็นหนี้ให้กับลูกค้าตั้งแต่เดินออกจากรั้วมหาวิทยาลัยในขณะที่คนส่วนใหญ่ยังขาดความรู้และการวางแผนด้านการเงินโดยช่วงสถานการณ์โควิด-19 ทำให้คนที่เป็นหนี้และสถาบันการเงินตระหนักถึงปัญหาที่ซ่อนไว้ซึ่งถูกเร่งออกมาชัดเจนเร็วขึ้นทำให้เห็นว่างานที่มั่นคงก็ไม่แน่นอนคนที่มีหนี้อยู่แล้วก็เป็นหนี้หนักขึ้นคนที่ยังไม่เคยเป็นหนี้และไม่เคยวางแผนเพื่อจะเป็นหนี้ก็กลับเป็นหนี้ครั้งแรกในช่วงเวลาที่ขาดรายได้” นายปิติกล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหารทีเอ็มบีกล่าวต่อว่า “ในช่วงวิกฤตนี้ทำให้เกิดการกลับมาทบทวนบทบาทของธนาคารที่มีต่อสังคมถ้าเราเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปัญหาก็ต้องเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมแก้ปัญหาเพราะธนาคารเป็นส่วนหนึ่งของระบบพื้นฐานเศรษฐกิจและสังคมเกี่ยวข้องกับคนหมู่มากสามารถช่วยเหลือหรือสร้างผลกระทบให้กับคนไทยทั้งประเทศมีความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่เป็นเดิมพันดังนั้นธนาคารไม่ได้มีบทบาทเป็นเจ้าหนี้ที่คอยทวงหนี้แต่ต้องเป็นคลินิกช่วยรักษาช่วยวินิจฉัยโรคและช่วยจ่ายยาให้กับคนไข้ที่กำลังมีปัญหาหนี้”
ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกนโยบายช่วยเหลือผู้เป็นหนี้และธนาคารทุกแห่งก็มีเครื่องมือทางการเงินและมาตรการช่วยเหลืออย่างต่อเนื่องดังนั้นคนที่กำลังเป็นหนี้อย่าเพิ่งสิ้นหวังทุกอย่างมีทางออกเสมอซึ่งจุดเริ่มต้นที่ดีคือการเข้าไปปรึกษาธนาคารของท่านและสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองผ่านความรู้เรื่องการวางแผนทางการเงินทั้งนี้ทีเอ็มบีและธนชาตให้ความสำคัญกับการสร้างความรู้ให้กับลูกค้าให้รู้จักและเข้าใจเครื่องมือทางการเงินอย่างถูกต้องเพื่อสามารถเลือกใช้ประเภทสินเชื่อได้อย่างเหมาะสมและถูกวัตถุประสงค์เน้นการให้คำปรึกษาผ่านผู้เชี่ยวชาญ (Debt Advisory) พร้อมนำเสนอทางเลือกต่างๆเช่นการทำ Debt Consolidation เพื่อให้ลูกค้าสามารถรวมภาระหนี้ที่มีจากหลายๆบัญชีสินเชื่อให้เหลือหนี้เพียงบัญชีเดียวโดยลูกค้าจะได้รับประโยชน์จากการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระตามสินเชื่อมีหลักประกันทำให้ช่วยปรับลดภาระการผ่อนโดยรวมลงซึ่งปัจจุบันทีเอ็มบีและธนชาตมีโซลูชันที่ลูกค้าสามารถนำมาใช้ตามคอนเซปต์การรวมหนี้ได้แก่สินเชื่อทีเอ็มบีบ้านแลกเงินและสินเชื่อธนชาตไดรฟ์รถแลกเงินที่จะช่วยลดดอกเบี้ยลดค่างวดและเสริมสภาพคล่องให้กับลูกค้าได้

“ทีเอ็มบีและธนชาตต้องการที่จะปลดล็อกบทบาทใหม่ของธนาคารเพื่อที่จะช่วยสร้างชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น (Financial Well-being) ให้คนไทยทั้งประเทศเราอยากเป็นเหมือนคู่ชีวิตของลูกค้าเมื่อมาอยู่ด้วยกันแล้วชีวิตของลูกค้าจะต้องดีขึ้นในระยะยาวมีสุขภาพการเงินที่ดีไปด้วยกันนี่คือความหมายของการเป็น Sustainable Banking คือการเติบโตไปพร้อมๆกับลูกค้าของเราในระยะยาวและเพื่อช่วยให้ลูกค้ามีชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้น” นายปิติกล่าว

ด้านนางสาวดุจดาววัฒนปกรณ์นักจิตบำบัดกล่าวว่าปี 2563 เป็นปีแห่งความน่ากลัวเริ่มต้นจากความกลัวการแพร่ระบาดของโควิด-19 แม้ประเทศไทยสามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้แล้วแต่ความกลัวไม่ได้หายไปเพราะอีกหนึ่งความน่ากลัวที่กำลังเผชิญคือเรื่องเศรษฐกิจซึ่งสำนักงานพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ออกรายงานภาวะสังคมไทยไตรมาส 1 ปี 2563 ระบุว่าแรงงานมีความเสี่ยงถูกเลิกจ้างทั้งสิ้น 8.4 ล้านคนโดยคาดว่าในปีนี้อัตราการว่างงานจะอยู่ที่ประมาณ 3-4 % หรือราว 2 ล้านคนทำให้คนกังวลเกี่ยวกับความมั่นคงในการทำงานและรายได้ที่อาจจะหายไปโดยเฉพาะคนที่เป็น “หนี้” จะเป็นกลุ่มคนที่กลัวอนาคตมากที่สุดส่งผลให้ภาวะจิตใจย่ำแย่มีความคิดลบจนอยู่ในภาวะที่มองไม่เห็นทางออกและไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นมาแก้ปัญหาแต่จริงๆแล้วทุกคนสามารถปรับให้สมองพร้อมที่จะแก้ปัญหาได้และอยากให้เชื่อว่าทุกอย่างมีทางออกซึ่งการปลดล็อกแนวคิดยามเป็นหนี้ต้องเริ่มจากการจัดระเบียบความคิดใหม่แล้วหาทางออกโดยเปิดใจเรียนรู้และยอมรับความช่วยเหลือจากคนอื่นเช่นธนาคารหรือผู้ที่มีความรู้ทางด้านการเงินเป็นต้น
ขณะที่นายจักรพงษ์เมษพันธุ์มันนี่โค้ชคนดังกล่าวว่าคนไทยจำนวนไม่น้อยมีพฤติกรรมแก้หนี้อย่างไม่ถูกต้องเช่นพยายามแก้ปัญหาเองไม่กล้าขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญทำให้ติดกับดักการเป็นหนี้แบบไม่มีวันจบดังนั้นการปลดล็อกต้องหันกลับมาหาจุดตั้งหลักด้วยการปรับและเปลี่ยนพฤติกรรมเริ่มต้นก้าวแรกด้วยการเดินไปคุยกับคู่สัญญาหรือธนาคารเพื่อประเมินสถานการณ์และหาทางออกร่วมกันสำหรับการปรับพฤติกรรมเพื่อกลับมาตั้งหลักใหม่อาทิการเพิ่มรายรับนำเอาทักษะของตัวเองมาใช้หารายได้การลดรายจ่ายโดยเฉพาะรายจ่ายหนี้ต้องหาแนวทางลดค่าใช้จ่ายหนี้ตรงนี้ในแต่ละเดือนและเลือกใช้เวลานั่นคือใช้เวลาในการโฟกัสการแก้ปัญหาไม่ต้องรอเวลาในการแก้หนี้รวมทั้งใช้เวลาในการหันหน้าคุยกับธนาคารเพื่อเจรจาหรือขอคำปรึกษา

ทีเอ็มบีและธนชาตผู้นำแนวคิด Make REAL Change พร้อมเป็นธนาคารที่ช่วยคิดช่วยให้ความรู้และเครื่องมือการวางแผนการเงินเพื่อชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นของคนไทยผ่านกิจกรรม “FIN TALK” หรือทอล์กอีเวนต์ที่จะมาเติมเต็มความรู้และความเข้าใจทางการเงินและการบริหารจัดการหนี้ให้กับประชาชนอย่างต่อเนื่องเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายในการสร้างชีวิตทางการเงินหรือ Financial Well-being ที่ดีขึ้นให้กับคนไทยทั้งประเทศ