นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างกฎกระทรวงกำหนดให้ผลิตภัณฑ์ยางในสำหรับรถจักรยานยนต์และโมเปด (จักรยานยนต์เบาที่ขับไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผลิตภัณฑ์ยางในสำหรับรถจักรยานยนต์จะต้องขอรับในอนุญาตผลิตหรือนำเข้าผลิตภัณฑ์และมีการแสดงเครื่องหมายมาตรฐานถูกต้องครบถ้วน เป็นการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้บริโภค และเป็นการส่งเสริมให้ผู้ผลิตเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ยางใน และป้องกันไม่ให้มีการนำเข้ายางในที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานจากต่างประเทศ

ทั้งนี้ พบว่าปัจจุบันมีการนำเข้าผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมยางในสำหรับรถจักรยานยนต์จำนวนมาก ซึ่งมีราคาถูก และไม่ปลอดภัยต่อการใช้งาน ดังนั้นเพื่อให้ยางในรถจักรยานยนต์ที่ออกสู่ท้องตลาดเป็นยางที่มีคุณภาพ สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ สมอ. จึงได้แก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้เกิดมาตรฐานที่สร้างความปลอดภัยให้ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ได้เสนอความเห็นว่าไม่ขัดข้องต่อร่างกฎกระทรวงดังกล่าว แต่ควรเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายได้ทราบก่อนที่กฎหมายจะบังคับใช้

 

ครม.อนุมติพิจารณาบำเน็จความชอบกรณีพิเศษ

นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ครม. อนุมัติพิจารณาบำเน็จความชอบกรณีพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานด้านยาเสพติด ปีงบประมาณ 2563 ของส่วนราชการต้นสังกัดก่อนถ้าไม่พอให้เบิกจ่ายจากงบกลาง 2563 จำนวนไม่เกิน 10,700 อัตรา เฉลี่ยคนละ 6,570 บาท งบรวม 70 ล้านบาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ โดยแยกเป็นกลุ่มคือ เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดระดับภูมิภาคจำนวน 8,025 อัตรา คิดเป็นร้อยละ75, เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดของส่วนกลางจำนวน 1,605 อัตรา คิดเป็นร้อยละ15 และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านยาเสพติดที่สำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ส. ที่จะเป็นผู้พิจารณาจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคอีกร้อยละ10

นอกจากนี้ นางสาวไตรศุลี กล่าวอีกว่า ครม. เห็นชอบให้ปรับเพิ่มสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล 2 ส่วนคือ ค่าธรรมเนียมแพทย์หรือค่าบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ปฏิบัติงานเข้ารับการรักษาในคลีนิคพิเศษ หรือคลีนิคเวลานอกเวลาของส่วนราชการให้มีสิทธิ์เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินครั้งละ 300 บาท รวมไม่เกินปีละ 3,600 บาท รวมไปถึงค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลในครอบครัว กรณีเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลคลินิกเอกชนหรือ คลินิกเวชกรรมมีสิทธิ์เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินปีละ 3,600 บาท ต่อครอบครัวด้วย

นอกจากนี้ ครม.ยังเห็นชอบแนวทางการแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาการให้บริการในระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-service ซึ่งจะเป็นการให้ความสะดวกในการประกอบธุรกิจแบบครบวงจรให้กับภาคเอกชนและประชาชน และจะส่งผลต่อการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจของประเทศไทยและธนาคารโลก ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลในการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เพื่อติดต่อกับหน่วยงานราชการผ่านระบบออนไลน์ โดยประชาชนจะสามารถยื่นขอติดต่อได้อย่างครบวงจร ในครั้งเดียวหรือที่เรียกว่า One Stop Service

ทั้งนี้ นโยบายนี้มีมาตั้งแต่ปี 2560 และพบว่าเป็นเพราะกฎหมายและกฎระเบียบที่ไม่เอื้ออำนวย e-service ทาง กพร. จึงเสนอแนวทางแก้ไขกฎหมายดังกล่าว ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้เน้นย้ำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือนด้วย

ครม.อนุมัติ แต่งตั้งขรก. มท. 26 ราย

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทยให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหาร ระดับสูง จำนวน 26 ราย คือ ให้นายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดจังหวัดลำพูน และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด จังหวัดตาก,ให้นายเอกรัฐ หลีเส็น พ้นจากตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล, ให้นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง, ให้นายเฉลิมพล มั่งคั่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง, ให้นายชาธิป รุจนเสรี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง

ให้นายโชคดี อมรวัฒน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ สำนักงานปลัดกระทรวง ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง, ให้นายปริญญา โพธิสัตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง, ให้นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง, ให้นายภาสกร บุญญลักษม์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง, ให้นายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง

ให้นายภูสิต สมจิตต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง, ให้นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัด หนองบัวลำภู ดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวง, ให้นายธีระ อนันตเสรีวิทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัด ชุมพร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร, ให้นายขจรศักดิ์ เจริญโสภา รองผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง, ให้นายเจษฎา จิตรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส, ให้นายสมหวัง พ่วงบางโพ รองอธิบดีกรมการปกครอง กรมการปกครอง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่, ให้นายเกียรติศักดิ์ ตรงศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัด มหาสารคาม ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัด มหาสารคาม