นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวในเวทีเสวนาสาธารณะ (ภาคการเมืองและรัฐสภา) “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอนาคตของชาติบ้านเมือง” ว่าสถานการณ์ปัจจุบันไม่ใช่เรื่องปกติ และกลุ่มผู้ชุมนุมได้แสดงออก ถึงสิทธิและเสรีภาพ ในการเรียกร้องเสนอแนวคิดต่างๆ และมองว่าทุกคนต้องให้โอกาสและรับฟัง ตนมองว่าตนเห็นด้วยกับสิ่งที่กลุ่มนักศึกษาได้ทำแต่ก็ต้องเตือนว่าอย่าทำผิดกฎหมายนี่เป็นวัดวิวัฒนาการของสังคมที่เปลี่ยนไป แม้นักศึกษาจะไม่ออกมาเสนอข้อเรียกร้องก็เห็นอยู่แล้วว่ารัฐธรรมนูญจะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติม พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจน ว่าไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมในรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ซึ่งการที่พรรคประชาธิปัตย์ ไม่รับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ เพราะคิดว่าในอนาคตประเด็นของสมาชิกวุฒิสภาจะเป็นต้นเหตุของความขัดแย้ง

ทั้งนี้มองว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.) จำนวน 200 คนนั้นจะต้องเป็นบุคคลอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปและจะต้องมีทุกสาขาอาชีพ ส่วนนักการเมืองจะมาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วยหรือไม่นั้นตนมองว่าสมควรจะมี โดยในสภาผู้แทนราษฎรจะต้องคัดเลือกกันเองเพื่อให้เข้าประโยชน์ในสภาร่างรัฐธรรมนูญด้วย และในส่วนของเนื้อหาสาระก็ควรที่จะเปิดกว้าง และมองว่าการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะต้องไม่มีผลกระทบกับหมวด 1 และหมวด2 รวมถึงแก้ไขบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับสว.ทั้งหมด ซึ่งหลังจากทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้วก็จะต้องมีการทำประชามติต่อไป