ในเวทีเสวนาสาธารณะ (ภาคการเมืองและรัฐสภา) “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และอนาคตของชาติบ้านเมือง” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ประธาน กมธ.วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาหลักเกณฑ์ และแนวทางการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ สภาผู้แทนราษฎร ว่า จากสถานการณ์การชุมนุมที่เกิดขึ้น เพื่อเรียกร้องทางการเมืองตนมองว่าเป็นเรื่องปกติ แต่การชุมนุมแต่ละครั้งก็จะมีข้อเรียกร้องที่แตกต่าง ตามยุคตามสมัย

ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญเป็นเหมือนกฎกติกาของสังคม ซึ่งเหตุการณ์ต่างๆมีการเปลี่ยนแปลงไปทุกสมัยฉะนั้นรัฐธรรมนูญก็ต้องมีการปรับเปลี่ยนได้อยู่แล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่ปัญหาโดยต้องนำปัญหา ในสังคมจริงๆมาแก้ไขไม่ใช่แก้ไขเพื่อประโยชน์ทางการเมือง ต้องทำให้ประชาชนเชื่อว่ารัฐธรรมนูญของไทยไม่ใช่เป็นคู่มือทางการเมืองแต่เป็นการปกป้องประชาชน ดังนั้นรัฐธรรมนูญของไทยจะเข้มแข็งและแข็งแรงขึ้นต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญเป็นประโยชน์กับประชาชนด้วย

ซึ่งในคณะกรรมาธิการที่ตนเป็นประธานมาทำงานเพื่อศึกษาไม่ได้มาเพื่อแก้ไขเพื่อที่จะศึกษาว่าในมาตราไหนสามารถปรับแก้ไขแล้วทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริงได้ และพรรคการเมืองทุกพรรคตั้งขึ้นมาเพื่อทำประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชนถ้าเมื่อไหร่เอาประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้งทุกอย่างก็จะเดินหน้าได้

อย่างไรก็ตาม ตนยืนยันว่าที่ได้มีการประชุมคณะกรรมาธิการมาโดยตลอดไม่เคยพูดถึงประเด็นทางการเมืองเลย ซึ่งในคณะกรรมาธิการพรรคการเมืองไม่เคยทะเลาะกันเลยและเดินหน้าเพื่อที่จะแก้ไขให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งในกรรมาธิการส่วนใหญ่มองว่าจะต้องแก้ไขมาตรา 256 แต่แต่ละคนก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันแต่ยังมีคนอีกจำนวนหนึ่งที่มองว่าไม่ต้องแก้ไขมาตรา 256 ด้วยเช่นกัน ดังนั้นหากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ก็ควรจะตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.)ไว้ด้วย