นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีกระจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยได้กล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย และร่วมรับรองแถลงการณ์รัฐมนตรีการค้าเอเปค และปฏิญญาการอำนวยความสะดวกทางการค้า โดยเฉพาะในสินค้าจำเป็นเพื่อรับมือกับผลกระทบทางการค้าที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และร่วมฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเปค

ซึ่งที่ประชุมเอเปคได้เน้นย้ำว่าการใช้มาตรการทางการค้าเพื่อรับมือโควิด-19 จะต้องเหมาะสม โปร่งใส และสอดคล้องกับกฎเกณฑ์ขององค์การการค้าโลก (WTO) รวมทั้งไม่เป็นอุปสรรคต่อการค้า และต่อห่วงโซ่การผลิตโลก

นอกจากนี้ เอเปคยังสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลมาตรการทางการค้าและแนวปฏิบัติที่ดีเพื่อรับมือกับวิกฤติโควิด-19 โดยให้มีการจัดทำดิจิทัลแพลตฟอร์ม ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะจากภาคเอกชนในการฟื้นฟูผลกระทบจากโควิด-19 ในระยะยาว เพื่อให้วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดเล็ก และรายย่อย (MSMEs) มีส่วนร่วมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างยั่งยืนและครอบคลุม รวมทั้งสนับสนุนอีคอมเมิร์ซ การใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการค้าดิจิทัลเพื่อนำไปสู่การฟื้นตัวของห่วงโซ่การผลิต และเสริมสร้างความเชื่อมโยงด้านดิจิทัลเพื่อสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

ทั้งนี้ เอเปคเป็นกรอบความร่วมมือของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ โดยสมาชิกเอเปคเป็นคู่ค้าที่สำคัญของไทย ในปี 2562 การค้าของไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจเอเปคมีมูลค่า 337,888.75 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 70.2 ของการค้ารวมของไทย