พล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มนิสิตนักศึกษาที่มีการดึงสถาบันมาเกี่ยวข้อง ว่า ทุกคนก็เป็นราษฎร ภายใต้พระบรมโพธิสมภาร ไม่ใช่เพียงแค่ทหารเท่านั้น ประชาชนบางคนไม่ได้เกิดเมืองไทย แต่ก็มาอยู่เมืองไทย บางคนเกิดเมืองไทย เกิดมาในหลายตระกูล ตั้งแต่ปู่ย่าตายาย อยู่ในพระบรมโพธิสมภาร ไม่ว่าจะนับถือศาสนาใด หรือเป็นเชื้อชาติใดก็ตาม ก็มีสิทธิเสรีภาพ ซึ่งวันนี้เป็นวันดี ไม่อยากจะพูดอะไร ที่จะไปกระทบกระทั่งสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ แต่อยากจะให้ประชาชนชาวไทยทุกคน ได้ลองตั้งจิตให้เป็นกลางดูว่าคำพูด คำเขียน ทั้งที่เราเห็นในการชุมนุม ผมทราบดี และตระหนักในสิทธิเสรีภาพ ในระบอบประชาธิปไตย แต่สิ่งที่เกิดขึ้น สิ่งที่คนเห็นทั้งในโซเชียล มีการใช้วาจาผรุสวาท ใช้คำพูดไม่เหมาะสม ไม่บังควร ผมมองว่าหลายคนเห็นคงไม่สบายใจ

ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก ย้ำว่า กองทัพบกเป็นหน่วยงานด้านความมั่นคง ขณะนี้มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง หน่วยความมั่นคงก็ต้องทำงาน แต่การกระทำใดที่จะไปกระทบกระเทือนการแสดงสิทธิเสรีภาพ ตนคิดว่าคนที่ทำแบบนั้น ควรคำนึงถึงขอบเขตใช้สิทธิเสรีภาพ ไม่ว่าจะเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือการชุมนุมต่างๆ เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราต้องไม่จาบจ้วง หรือใช้วาจาที่ไม่สุภาพ ต่อบุคคลที่เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ แม้ตนจะเป็นผู้บัญชาการทหารบก แต่สิ่งที่ตนพูดนั้นในฐานะคนไทย พูดในฐานะประชาชนคนหนึ่ง และขอให้นึกย้อนกลับไป คงจะรู้สึกเสียใจ แม้ประชาชนบางส่วนบางกลุ่มจะไม่พอใจ จึงขอฝากสื่อมวลชน

ผู้บัญชาการทหารบก อ้างถึงสำนักข่าวบีบีซีไทย ซึ่งได้ศึกษาเรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 2558 คือ ทฤษฎีสมคบคิด หรือเป็นเรื่องที่น่าศึกษาฝากให้ทุกคนไปดู เพราะเกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน และปัจจุบันตนมองแล้วว่า มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบเป็นกระบวนการ มีความคล้ายคลึงกับทฤษฎีสมคบคิด มีหลายคนพยายามอธิบายความหมายในทฤษฎีสมคบคิด ข้อมูลของบีบีซีไทยได้มีการพูดถึงนิสิตนักศึกษาผู้มีความรู้ นำมาเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในส่วนของกองทัพเองได้เฝ้ามอง ติดตามแต่ไม่คุกคาม รวมถึงนายกรัฐมนตรีก็ไม่เคยมีคำสั่ง เพียงแต่ให้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลผู้ชุมนุมให้เกิดความเรียบร้อย และประสานงานกับตำรวจ แม้แต่จะเดินทางมาชุมนุมที่หน้ากองบัญชาการกองทัพบกเราก็ไม่ได้มีมาตรการอะไรและไม่ได้ติดใจอะไร

ส่วนที่ขณะนี้ม็อบมีการชุมนุมขยายวงกว้างและมีการพูดในเชิงลักษณะหมิ่นสถาบันฯ นั้น พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ขณะนี้มีหน่วยงานความมั่นคง เข้าไปดูจะให้เตือนสติ คงจะลำบาก แต่อยากให้ไปดูว่า ตนเองกลายเป็นหนึ่งในทฤษฎีสมคบคิดหรือไม่ และเมื่อถามว่าทฤษฎีนี้มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ พล.อ.อภิรัชต์ กล่าว่า ตนเองเป็นผู้บัญชาการทหารบกจะพูดอะไรมากกว่านี้ไม่ได้

ทั้งนี้ เมื่อถามว่าอยากให้ประชาชนแสดงความเห็นในเรื่องของการปกป้องสถาบันอย่างไร พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้วคนดีจะไม่กล้าแสดงออก และกลัวซึ่งหลายๆ คนก็เป็นเช่นนี้ แม้กระทั่งการใช้สื่อโซเชียล ก็ถูกถล่มกลับมา ซึ่งเรื่องนี้มีหน่วยงานด้านการข่าวได้ติดตาม ผู้ใช้ Twitter หรือผู้เปิดแอคเคาท์เอง ได้ใช้ช่องทางทางโซเชียลมีเดียไม่ว่าจะเป็น Facebook หรือ Twitter

ทั้งนี้ มีรีทวิตซึ่งมีค่อนข้างเยอะมากประมาณ 4-5 แอคเคาท์ ที่สามารถทำลักษณะเช่นนี้ได้ ถือว่าเป็นการต่อสู้กันในโลกโซเชียล ซึ่งถนนแห่งความเป็นจริง และรู้ว่าขณะนี้รัฐบาล กำลังแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ดี และทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือ หากเราทุกคนสามัคคีกันเราจะผ่านจุดเปราะบางตรงนี้ไปให้ได้ก็จะเป็นเรื่องดี

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวว่า ได้มีโอกาสอ่านหนังสือ ”ปฏิบัติการรับในสมรภูมิรบบันทึกประวัติศาสการทหาร” ที่เพิ่งค้นพบโดยบุตรสาว ดร.ทิพภานิดา ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา บุตรสาว พล.ต.จักรชัย ศุภางคเสน ได้เขียนถึง เรื่องราวในปี 2475 ว่า ความรักความสามัคคีเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดในชาติไทย ถึงแม้จำเป็นที่จะต้องทำ แต่ความสามัคคีกันเพื่อให้ผ่านอุปสรรคไปได้ ขณะที่รัฐบาลและกองทัพบก ก็มีเรื่องที่ท้าทาย ที่จะต้องดำเนินการในอนาคตเนื่องจากประสบปัญหาการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และไทยก็เป็นต้นแบบและตัวอย่างของหลายประเทศ อยากให้มีความสามัคคีและผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้

ส่วนที่มีความพยายามปลุกเหตุการณ์ 2475 ขึ้นมาอีกครั้ง พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวว่า ไม่เป็นไร ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นฝ่ายดำเนินการ และกรณีที่นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือ เพนกวิน นักเคลื่อนไหวการเมือง ฉีกรูป ผบ.ทบ. นั้น พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวติดตลกว่า ไม่เป็นไรเดี่ยวให้แบทแมนรีเทิร์นไปจัดการ เพราะเพนกวินแพ้แบทแมน (จากภาพยนต์แบทแมน ตอน ศึกมนุษย์เพนกวินกับนางแมวป่า)

ขณะที่นายสาธิต เซกัล ประธานหอการค้าไทย-อินเดีย เดินทางเข้ามาพบ พล.อ.อภิรัชต์ แต่ว่าก็ให้เป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขานุการกองทัพบกเป็นผู้ดำเนินการ เพราะติดภารกิจ เมื่อถามว่าจะมีการซ้ำรอยเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 หรือไม่เพราะนักการเมืองความเป็นห่วง พล.อ.อภิรัชต์ กล่าวเพียงสั้นๆว่า คงไม่หรอก