คณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เชิญ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ชี้แจงการปฏิบัติงาน ในการสืบสวนหาคนร้ายในคดีน้องชมพู่ เสียชีวิตปริศนาในป่า จ.มุกดาหาร โดย นายสิระ เจนจาคะ ประธานกรรมาธิการ กล่าวว่า เนื่องจาก คดีนี้ที่มีการเรียกประชาชนมาสอบสวนมากเกือบ 1,000 คน จึงตั้งคำถามว่ามีธงต้องการหาแพะมารับโทษเพื่อปิดคดีหรือไม่ และหลังจากนี้จะเชิญสื่อ2ช่อง มาให้ข้อมูลเพื่อตรวจสอบว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ด้วย ด้านนายสุทัศน์ เงินหมื่น กรรมาธิการ กล่าวว่า การสืบสวนสอบสวน คดีนี้สามารถทำได้หลายทางโดยเฉพาะหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ศาลจะใช้อ้างอิงและเป็นที่เชื่อถือในระดับหนึ่ง ดังนั้นขอให้ตำรวจการจะสรุปปิดคดีนี้ ต้องระมัดระวัง

ขณะที่ พลตำรวจเอกสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยืนยันว่า การให้ข่าวเรื่องนี้ ตำรวจให้ข่าวน้อยมาก โดยการสืบสวนคดีนี้เริ่มจากตำรวจในท้องที่ และมีการประสานให้ทีมสืบสวนส่วนกลางเข้ามาช่วย เพราะมีความยากลำบากในการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน

ส่วนที่ต้องตรวจดีเอ็นเอ เพราะมีการพบวัตถุพยานหลายอย่างจากร่างกายของน้องชมพู่ การตรวจดีเอ็นเอ จึงจำเป็น เพื่อหาว่าใครมีความเกี่ยวพันธ์บ้าง และประชาชนกว่า 900 คน ที่เป็นข่าวถูกเรียกสอบ เป็นแค่การพูดคุยกัน ไม่ได้เป็นการบังคับหรือละเมิด ทุกคนที่พูดคุยด้วยความสมัครใจ ซึ่งคดีนี้พยานจริงๆ ในสำนวน เพียง 63 ราย และที่ผ่านมาไม่เคยมีประชาชนการร้องเรียนว่าถูกตำรวจคุกคาม ดังนั้น การเก็บดีเอ็นเอ ได้ทำตามกฎหมายมาตรา 131 ป.วิอาญา มีการเก็บดีเอ็นเอ เพียง 100 กว่ารายเท่านั้น คดีอื่นบางคดี มีการเก็บดีเอ็นเอมากกว่านี้ ทั้งนี้ ย้ำว่าคดีนี้ไม่มีทางกดดันได้ เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน กดดันให้ตาย ก็ทำไม่ได้ ตำรวจไม่เคยทำนอกกติกา และตำรวจพยายามหลบผู้สื่อข่าวในการตรวจดีเอ็นเอ แต่ก็ยังมีสื่อนำไปเสนอข่าวจึงเป็นประเด็น