นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงกรณีที่พบการติดเชื้อโควิด-19 ในกลุ่มผู้ที่เดินทางเข้าประเทศตามข้อยกเว้นมาตรา 9 ตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ว่า ต้องหารือกันในที่ประชุมศบค.อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งยังไม่ได้ข้อสรุปในวันนี้ และอาจมีการหารือกับพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และในฐานะผอ.ศบค. ว่าจะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร เนื่องจากเป็นปัญหาในระดับประเทศและระดับโลก และอาจมีบางมาตรการที่ประเทศไทยเองยังขันน๊อตไม่เเน่นบ้าง ก็ต้องพยายามที่จะแก้ไข

ส่วนความเป็นไปได้ที่จะมีการขึ้นแบล็คลิตส์ ไม่ให้ประเทศอียิปต์เดินทางเข้าประเทศไทยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศ จะต้องมีการพิจารณามากยิ่งขึ้น และพยายามที่จะทำให้เกิดความเป็นปกติมากที่สุด ซึ่งได้พูดตั้งแต่แรกว่าหากกลับมามีปัญหาพบติดเชื้อก็พร้อมกลับไปสู่มาตรการเข้มที่เดิม ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้พูดไปก่อนหน้านี้แล้ว แต่จะให้อยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ใช่ เมื่อรับทราบปัญหาที่เกิดขึ้น มีปัญหาเรื่องการตรวจแก้ก็ต้องแก้ไขหาคนมารับผิดชอบ

โดยนายอนุทิน ได้กล่าวย้ำอีกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้มาจากการผ่อนปรนมาตรการเต็มรูปแบบ จึงต้องกลับไปหารือกับ ศบค. อีกครั้งเพื่อทบทวนมาตรการให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ ซึ่งต้องคำนึงถึงความปลอดภัย และความสะดวกของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งสิ่งกระทรวงสาธารณสุขทำได้เพียงสั่งการให้ลงพื้นที่เรียกกลุ่มเสี่ยงมาตรวจหาเชื้อให้ได้มากที่สุดทั้งในพื้นที่ จ.ระยอง และกรุงเทพมหานคร โดยนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และในฐานะ ส.ส.เขต 1 จ.ระยอง และอธิบดีกรมควบคุมโรคได้ลงพื้นที่ไปตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งในช่วงบ่ายของวันนี้จะมีการรายงานมาอีกครั้ง (อ่านข่าว : สธ.ลงระยองดู3จุดเสี่ยงหลังพบทหารอียิปต์ติดเชื้อโควิด)

ทั้งนี้ นายอนุทิน ยืนยันไปลงโทษอียิปต์ไม่ได้ แต่หากให้ติดแบล็กลิตก็มีความเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ ต้องคุยรายละเอียด ใน ศบค.ชุดใหญ่ และการให้สิทธิทางการทูตเข้าประเทศในระยะสั้น ส่วนตัวเห็นว่า ต้องมีการปรับปรุง เพราะเมื่อเปิดแล้วเป็นแบบนี้ต้องพิจารณาใหม่ ส่วนกรณีอียิปต์ทำให้ไทยต้องกลับมานับหนึ่งใหม่ หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องประเมิน และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ เพราะทำแล้วประชาชนได้รับผลกระทบเราต้องทำทุกวิถีทางให้ปลอดภัย